dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 8 คน
dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


สัมผัส แม่คะนิ้ง และความงามลึกล้ำบนยอดดอยผ้าห่มปก

       ดอยผ้าห่มปก เป็นดอยที่สูงอันดับสองของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ ด้วยความสูงประมาณ 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในเขตติดต่ออำเภอฝาง-แม่อาย-ไชยปราการ ได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2543  และใช้ชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก" ปัจจุบันถือว่า ดอยผ้าห่มปกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังมีคนสนใจไปเที่ยวมากขึ้นทุกที  ถ้าหากดอยผ้าห่มปกได้รับการพัฒนามากขึ้นกว่านี้  โดยเฉพาะถนนที่เป็นทางขึ้นหากได้ลาดยาง ก็น่าจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของเมืองเหนือได้เลยทีเดียว  ที่เอาเรื่องนี้มาเขียนก็เพราะว่า เพิ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวดอยผ้าห่มปก ทั้งที่อยู่เมืองเหนือมานาน กว่า 13 ปีแล้ว ได้ยินกิติศัพท์คำกล่าวขานของดอยผ้าห่มปกมาก็มาก แต่ไม่เคยได้ขึ้นไปเที่ยวสักที ทั้งที่ก็ไปจากวัดไม่ไกลนัก  แค่ 40 กม.เอง  ลูกศิษย์เคยชวนหลายครั้ง มาปีนี้พอดีพระอาจารย์ทวีปมาจากกำแพงเพชร ก็เลยถือโอกาสไปลุยกันสักที และต้องยอมรับว่า ธรรมชาติความงามบนนั้น สมกับคำร่ำลือจริงๆ

 

   

       ถามว่า ทำไมถึงชื่อดอยผ้าห่มปก เขาบอกว่า ก็มันหนาวอ่ะดิ ใครขึ้นไปแล้วก็ต้องได้เอาผ้าห่มมาปกมาห่มนั่นแหละ ถึงจะอยู่ได้ ตอนปีใหม่ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่า มีคนมาเที่ยวดอยผ้าห่มปกไม่ต่ำกว่าหมื่นคนขึ้นไป เรียกว่า เอาเต๊นท์ไปกางนอนกัน ทำอาหารกินกันเองอยู่บนนั้นสบายเลย ห้องน้ำห้องส้วมก็มีมากมายเพียงพอ แต่ช่วงที่พวกเราไป มันก็เลยปีใหม่มาแล้วประมาณวันที่ 7-8 มกรา 51 นักท่องเที่ยวกลับกันหมดแล้ว ไม่มีคนพลุกพล่าน พวกเราก็เลยอยู่สบาย

 

    


       ทางเจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่า ถ้าอยากเห็นสุดยอดความงามของดอยผ้าห่มปก ต้องขึ้นไปที่ยอดดอยอันเป็นจุดสูงสุด ชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า นั่นคือสุดยอดของความงามอย่างแท้จริง แต่ต้องแลกกับการเดินทางผ่านความหนาวเหน็บ ที่อุณหภูมิเลขตัวเดียว  โดยต้องออกเดินทางประมาณ ตีสามครึ่ง จากจุดที่ทำการอุทยานเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 3,500 เมตร  ถ้าใครไปดอยผ้าห่มปก แต่ไม่ได้ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดดอย ว่ากันว่ายังไปไม่ถึงดอยผ้าห่มปกดี ระยะทางประมาณ 3 กิโลครึ่ง ทหารเขาเดินกันแค่ 45 นาที  แต่คนแก่อย่างเราฟาดเข้าไปตั้งชั่วโมงสิบห้านาที  โหย!! มันเหนื่อยแทบขาดใจ ทั้งที่อากาศหนาวเย็นยะเยือก แต่เหงื่อมันก็ยังออกมาได้ หัวใจมันเต้นปานรัวกอง ตั้งแต่อายุย่างเข้าวัยชรา ไม่เคยทำอะไรให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยได้ขนาดนี้เลยจริงๆ ทั้งปอดและหัวใจทำงานกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช หายใจหอบแฮ่กๆๆไม่รู้ว่าออกปากออกจมูก  หัวใจก็เต้นโครมครามๆๆแทบจะกระดอนออกมาทางปาก แต่อากาศยามเช้าก็สุดแสนบริสุทธิ์ เหมือนกับเอาร่างกายมาอัดฉีดอ๊อกซิเจนแบบดุเดือดก็ว่าได้  แต่ตอนก่อนสว่างไม่บริสุทธิ์นัก เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากต้นไม้ สำหรับคนเป็นโรคหัวใจคงต้องระวังกันหน่อย อย่าขึ้นไปดีกว่า ขืนขึ้นไปมีหวังช๊อคตาย เพราะหัวใจทำงานหนักมาก ชีพจรเต้นไม่ต่ำกว่า 120 ครั้งต่อนาที ใครที่ขึ้นไปแล้วมีชีวิตเล็ดรอดกลับลงมาได้ ก็ถือว่าบุญโข  และเป็นเครื่องยืนยันว่า ร่างกายแข็งแรงปลอดโรคหัวใจสบายหายห่วง และดูเหมือนจะหนุ่มขึ้นอีกหลายปี

 

   
 

       บริเวณลานกางเต๊นท์ที่ทางอุทยานจัดให้ ใครไม่มีเต๊นท์ไปก็ไปขอเช่าได้สนนราคาไม่แพงประมาณคืนละ 150 บาทเท่านั้น ถูกกว่าค่าเช่าโรงแรมตั้งเยอะ บริเวณที่จัดให้นักท่องเที่ยวกางเต๊นท์ได้ มีหลายจุด เป็นสนามหญ้าปรับแต่งไว้ราบเรียบสวยงาม มีห้องน้ำบริการอย่างเพียงพอ ด้วยสายน้ำที่เย็นยะเยือกปานแช่น้ำแข็ง ใครที่กลัวหนาว ก็ต้องอาบกันตั้งแต่ตอนกลางวัน หรือจะเอาเตาปิกนิกไปต้มน้ำร้อนผสมอาบเองก็ไม่มีใครว่า

 

   

        และนี่ก็เป็นจุดที่ทำการของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากจุดนี้ถ้าจะขึ้นไปจุดสูงสุดต้องเดินเท้าไปอีก 3,500 เมตร ถ้าจะชมบรรยากาศธรรมดาๆ จะขึ้นไปตอนไหนก็ได้ ก็จะมองเห็นวิวทิวทัศน์อันเต็มไปด้วยหมอก กว่าฟ้าจะเปิดก็ต้องสายๆโน่นล่ะ ประมาณ 11 โมงล่วงแล้ว แต่ถ้าใครอยากชมความงามตอนพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ก็ต้องออกเดินทางประมาณ ตีสามครึ่ง ต้องไปถึงยอดดอยให้ได้ก่อน 6 โมงเช้า เผื่อเวลากันเหนียวไว้หน่อย เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุเป็นลมขึ้นไม่ไหว หรือล่าช้าไป  พระอาทิตย์ขึ้นเสียก่อนที่จะถึงยอดดอย ก็จะกลายเป็นความพยายามสูญเปล่า เพราะจะมองไม่เห็นความงามอะไรเลย ในระหว่างทางมีแต่ต้นไม้  จะเห็นวิวทิวทัศน์ก็ต่อเมื่อขึ้นถึงยอดดอย  ถ้าคนที่ไม่เคยขึ้นไปเลย หากจะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า อาจต้องมีไกด์หรือคนรู้ทางเป็นพี่เลี้ยงนำไป เพราะต้องเดินทางใช้ไฟฉายตลอดเส้นทาง  และเผื่อว่ากำลังกายสู้ไม่ไหว มีหลายคนที่ต้องนอนรอเพื่อนฝูงอยู่ระหว่างทาง หรือไม่ก็ต้องเดินทางกลับลงมาก่อน ก็ยังดีกว่าที่จะต้องให้หลายคนช่วยกันหามลงมา

 

   

        และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่จะขึ้นไปบนยอดดอยผ้าห่มปก ระยะทาง 3,500 เมตร  เราตัดสินใจเดินขึ้นไปสำรวจเส้นทางและทดสอบกำลังตัวเองตอนกลางวันก่อนดีกว่า เผื่อไม่ไหวจริงๆก็ยังพอช่วยเหลือกันได้ไม่ยากเหมือนเดินทางกลางคืน วันนั้นก็เริ่มออกเดินทางขึ้นยอดดอยประมาณเที่ยงวันกว่านิดหน่อย

 

   
 

       ทางเดินก็เป็นทางแคบๆลัดเลาะไปตามเนินเขา ไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ สองฟากทางก็มีแต่ต้นไม้ประเภทป่าดงดิบดีๆนี่เอง ไม้แต่ละต้นใหญ่โตเต็มไปด้วยตะไคร่รกรุงรัง ระหว่างทางก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ พอให้รู้จุดหมายใกล้ไกล

 

   
 

        ต้นนี้ก็แล้วกันใหญ่โตมโหฬารไม่รู้ว่าต้นอะไรล่ะ ใครอยากรู้ต้องถามไกด์นำทาง ทางศูนย์บริการมีไกด์ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่าของฟรีล่ะ เขาไม่ใจดีขนาดนั้น

 

   
 

        และที่นี่ ม่อนวัดใจ มันเป็นเนินน้อยๆ และเป็นด่านแรกที่จะทดสอบว่าจะขึ้นไหวหรือไม่ไหว กว่าจะมาถึงม่อนวัดใจได้ก็ต้องออกแรงกันนิดหน่อยเรียกว่าพอชิมลาง ถ้ามาถึงตรงนี้แล้วทำท่าเหนื่อยเหมือนคนใกล้จะตาย ก็ขอแนะนำว่าเดินกลับลงไปดีกว่า อย่าขึ้นไปเลย เพราะจากนี้ไป ทางมันจะเริ่มลาดชันขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าผ่านม่อนวัดใจไปได้ ก็พอมีหวังว่าจะลุยไปถึงยอดดอยได้ไม่ยากล่ะ

 

   
 

       ผ่านม่อนวัดใจมาได้ ก็จะมาเจอแท่นหินธรรมชาติ ให้นั่งพักได้ ไม่อยากนั่งก็จำต้องนั่งล่ะ เพราะมันเหนื่อยทำท่าจะตายเอาได้จริงๆ

 

   
 

       มาถึงจุดนี้ก็ยังเหลือระยะทางอีก 2.8 กม. มองลงไปก็จะเห็นจุดที่ทำการของอุทยานอยู่ลิบๆ ก็เริ่มขึ้นมาในจุดที่สูงมากแล้ว

 

   
 

       ที่เห็นเป็นร่องๆนั้น เจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นแปลงปลูกฝิ่นของพวกชาวเขาในอดีต เมื่อก่อนบริเวณนี้มีการปะทะกันอยู่ประจำระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับพวกค้ายาเสพติด ยังมีหลุมบังเกอร์อยู่ข้างหน้าด้วย ก็ต้องนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเปลี่ยนอาชีพให้กับพวกชาวเขาได้สำเร็จ จนทำให้พวกเขาเลิกปลูกฝิ่น หันไปประกอบกิจการอย่างอื่นได้ มิฉะนั้น แล้วสถานที่นี้คงยังต้องรบกันอยู่ต่อไป และอีกสักกี่ศพที่จะต้องสังเวยชีวิต เพราะพวกกองคาระวานค้าเสพติด ก็ไม่ใช่ธรรมดา

 

   
 

       มาถึงตรงนี้ก็ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าอะไรนะ ชักลืมๆไปมันเกี่ยวกับว่า ช้างมันมาร้องทำอะไรอยู่แถวๆนี้นี่แหละ เอาไว้ไปเที่ยวหน้าจะถามมาให้ ว่าช้างมันมาร้องทำอะไรกัน มันจึงชื่อว่า ดงหาญช้างร้อง

 

   
 

       ตรงนี้ก็เป็นช่องพอให้ก้มตัวลอดไปได้ เป็นต้นไม่ใหญ่ล้มขวางทาง มาถึงตรงนี้ก็เชื่อขนมกินได้แล้วว่าไปถึงยอดได้แน่ๆ

 

   
 

       ที่จริงเขามีความหมายของเขาอยู่ ป้ายบอกทางแต่ละอันเนี่ย ป่าใส่เสื้อมันเป็นยังไงก็ลืมไปเสียอีก ก็ไม่ได้เอาไกด์ไปด้วยนี่
 

 

   
 

       และมาถึงตรงนี้ก็เป็นป้ายสุดท้ายล่ะ แต่ตอนจะขึ้นยอดดอยเนี่ย ทางมันชันต้องออกแรงกันเต็มๆอีกยกหนึ่งล่ะ แต่ไม่สาหัสเหมือนตอนแรกๆ

 

   
 

       และถ้ามายืนตรงจุดนี้ได้ ถือว่าพิชิตยอดดอยผ้าห่มปกได้อย่างสมบูรณ์ เหอๆเกือบตาย สังเกตดูสภาพวิวตอนนี้ แล้วคอยเปรียบเทียบกันตอนพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเถอะ ต่างกันลิบลับเลยทีเดียว และสำหรับผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่บนยอดดอยผ้าห่มปก ก็ต้องเตรียมสัมภาระไปเพื่อค้างคืน และอย่าลืมทำใจสู้หนาวให้ได้ด้วย เพราะสุดยอดแห่งความงามบนยอดดอยผ้าห่มปกมันอยู่หน้าหนาว คือได้เห็นแม่คะนิ้งนั่นเอง ถ้าไปหน้าร้อน มันมีแต่ต้นไม้เหี่ยวๆ ดอกไม้ก็เหี่ยว อะไรๆก็เหี่ยวหมด เลยไม่ค่อยมีใครอยากไปหน้าร้อน  ถ้าไปหน้าหนาว ถึงมันจะหนาวก็เหอะ อากาศหนาวๆบนยอดดอย คนในกรุงไม่มีโอกาสได้สัมผัสกันนักหรอก อากาศมันบริสุทธิ์สดชื่น ไม่มีใดเทียม เพราะฉะนั้น ถึงจะหนาวสาหัสสากรรจ์เพียงไหน ก็จำต้องยอมทน จึงไม่น่าแปลกที่จะเห็นนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันไปบนยอดดอย ในช่วงวันหยุดปีใหม่ต่อเนื่องหลายวัน

 

   


       วันนั้นก็ตั้งใจว่าไหนๆมาแล้วก็พิสูจน์กันให้ถึงที่สุด ก็เตรียมสัมภาระสำหรับพักแรมไปพร้อม มีเต๊นท์ ผ้าห่ม และไฟฉายของสำคัญ และยากันยุงสำหรับป้องกันตัวคุ่นซึ่งมีเยอะมาก ถ้ากัดใครมันจะขึ้นเป็นตุ่มแดงๆมีเลือดออกถ้าบีบ และคันๆๆๆๆ วันนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานก็มาอำนวยความสะดวกให้อย่างดี จัดสถานที่พักให้ในจุดสูงสุด ปกติก็ไม่ให้ใครขึ้นมากางเต๊นท์ตรงนี้ แต่เห็นพระมาก็อนุญาตให้พักได้เพราะแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา คนไทยก็ดีอย่างนี้ เห็นพระมาจะรู้จักหรือไม่ ก็ให้ความเคารพไว้ก่อน สมที่เป็นชาวพุทธ ทางเจ้าหน้าที่ก็อัธยาศัยดีมาก อธิบายและให้ข้อมูลต่างๆพร้อมคำแนะนำที่มีประโยชน์ เอาเต๊นท์มากางให้ฟรีด้วย ทั้งโต๊ะสนามสำหรับนั่งเล่น

 

   


                     มาชมภาพบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ขึ้นกันเลยดีกว่า

 

   


               
มองดูสีสันของท้องฟ้าต่างจากภาพตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง

 

    


       นี่ไง แม่คะนิ้ง ที่เห็นเป็นเกล็ดขาวๆนี่ล่ะ อุณหภูมิยอดหญ้าก็แค่ลบสององศาซีแค่นั้นเอง ก็หนาวพอทนได้

 

    

 

   

 

   

 

   

 

   

 

   

 

   

 

   

 

   

 

             


       เอื้องปากนก กล้วยไม้พันธุ์หายากที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก บนดอยผ้าห่มปกนี้ แต่อย่าถามนะว่ามันอยู่ที่ไหน เจ้าหน้าที่เขารักษาไว้ปานไข่ในหิน เพราะถ้ามีคนรู้ว่าอยู่ที่ไหน มันคงสูญพันธุ์แน่นอน

 

                   


       และนี่ก็ผีเสื้อไกเซอร์ เป็นสัตว์พันธุ์หายาก สนนราคาของมันเป็นตัวเลขไม่ต่ำกว่าห้าหลัก อย่าเชียวนะ อย่าคิด
ก็คงจบแค่นี้ ไว้มีอะไรดีๆค่อยนำมาเล่าสู่กันฟังใหม่




สายธารธรรม โดย...เจ้าอาวาส

* ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
* บริขารพระป่าในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
* สุดรัก...สุดอาลัย... พ่อแม่ครูอาจารย์
* ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่อง หนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์
* พระประวัติย่อ สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
* ชมวีดีโอชิวิตที่วัดป่าบ้านตาด
* 100 ปี ชาตกาลองค์หลวงตา
* ชมวีดีโองานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
* ประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (ย่อ)
* ทำเนียบพระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่
* สมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน article
* คำพระอุปัชฌาย์สอนนาค
มาฆบูชารำลึก ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
แม่นี้มีคุณอันใหญ่หลวง
วันเข้าพรรษา
อาสาฬหบูชารำลึก ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
วิสาขบูชารำลึก ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑
วันที่พ่อจากไป
QR Code เติมบุญ
* เทศน์งานหลวงปู่ท่อน ญาณธโร
อุบายแก้ความโกรธ
5 มาสก เป็นเงินเท่าไร
โรคกาย vs โรคใจ
วินัยพระห้ามจับเงิน จับทอง
อุบายปราบความท้อใจ
คนดี ทำดีได้ง่าย
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
* เทศน์งานหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต
ไอ้ยอดอกตัญญู
ตะวันจะลาลับขอบฟ้า
ทำดีไม่ต้องมีใครเห็น
* เทศน์งานหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล
อาจาริยบูชาครบรอบปีที่ ๗
ให้ทำตัวเหมือนผ้าเช็ดเท้า
พระค่อนประเทศมอมเมาประชาชน
พระอรหันต์ในบ้าน
อุบายแก้หนาว
สมมติแห่งกาลเวลา
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๑
ให้ทานอย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก?
ไม่มีอะไรเป็นของเราจริง
โลกนี้ก็มีแต่ "เกิด" กับ "ดับ"
คนมีสติปัญญา คือ อย่างไร?
* เทศน์ที่วัชรธรรมสถาน ๒๕ เม.ย.๒๕๕๗
* เทศน์ที่เวที คปท. ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๗
ที่สุดของกาย และ ความกลัวตาย
สงกรานต์ ๕๗ ประเพณีที่จำเป็นต้องยอม
สุขสันต์วันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมไทย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มช. 9 สิงหาคม 2556
กราบพระพุทธเจ้าอย่างสนิทใจตลอดอนันตกาล
ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมจากโลก
ข้าราชการกับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ณ วัดไร่ขิง 6 พฤษภาคม 2556
อดีตพระชาวญี่ปุ่น ลาสิกขา
วางศิลาฤกษ์เจดีย์หลวงตา ๓๐ ม.ค.๒๕๕๖
เลือกข้างให้มันถูกนะ
เรื่องราวของคนใกล้ตาย
ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน
ศาสนาทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดีจริงหรือ?
เขตปลอดความสวย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต 29 มิถุนายน 2555
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องปูหินแกรนิต พื้นโบสถ์...
เครื่องอัดรายการสถานีวิทยุชุมชน
มาชมสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ไม่มีอะไรใหญ่เหนือใจ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล