dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 5 คน
dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


โรคกาย vs โรคใจ

มีคนถามปัญหามา คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังเจ็บป่วยถูกโรคร้ายรังควาน ตอนตอบเขาไป ไม่ได้ตอบละเอียดปานนี้ แต่ที่เอามาลงในเฟสนี้ ตอบเพื่อคนส่วนใหญ่ด้วย ใครอ่านด้วยดีย่อมได้ปัญญา

.
“เขาบอกว่า เขาเป็นโรคสองขั้ว ขั้วหนึ่งเป็นโรคซึมเศร้า ถ้าถึงที่สุดเลยก็จะเศร้าขนาดฆ่าตัวตายได้ อีกขั้วหนึ่งก็อารมณ์ดีสุด ๆ อาจสนุกแบบเพี้ยน ๆ สนุกบ้า ๆ บอ ๆ”
.
เราก็ไม่เคยรู้ว่า ในคน ๆ เดียวจะมีโรคอย่างนี้อยู่ด้วย ใครเคยเป็นโรคแบบนี้บ้าง ถ้าใครเป็นก็ต้องแยกแยะให้ดีระหว่าง “โรคกาย” กับ “โรคใจ” ถ้าเป็นโรคกายก็ต้องไปให้หมอรักษา เอายามากินให้ถูกกับโรค
.
ถ้าเป็นโรคใจ ส่วนที่เกี่ยวกับใจ ก็ต้องอาศัยธรรมโอสถเข้าไปเยียวยา เพราะธรรมเป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับใจได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งสามารถรักษาต่อเนื่องไปได้ตลอดทุกภพทุกชาติจนกว่าจะหายขาดเลยทีเดียว
.
เพราะโรคเกี่ยวกับใจมันก็คือโรคกิเลสเรื้อรังที่เกาะกินใจมานานแสนนาน ไม่มีใครสามารถจะรักษาโรคใจนี้ ให้หายขาดได้ภายในชาติเดียว ต้องใช้เวลารักษากันแบบนับชาติไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องนานถึงขนาดเป็นแสนกัปป์นั่นแหละ
.
แต่พวกเราเคยรู้กันไหมว่า โรคใจมันทำให้ “เรา” เป็นทุกข์หนัก มากกว่าโรคกายอีกหลายเท่าเลยทีเดียว บางทีร่างกายก็ปกติดีอยู่ไม่ได้เป็นทุกข์ร้อนอะไร แต่โรคใจนี่! ก็ทำให้เราเป็นทุกข์จนกินไม่ได้นอนไม่หลับก็มีเยอะแยะไป
.
เราตอบเขาไปแบบให้คลายเครียดว่า “ถ้าคิดว่า ชอบโรคนี้ ก็เป็นต่อไปสิ! ถ้าไม่ชอบก็หาดูโรคใหม่ที่คิดว่า เหมาะสมกับตัวเอง อยากเป็นโรคอะไร หรือไม่อยากเป็นโรคอะไร บางทีก็เลือกได้นะ!!
.
เพราะธรรมท่านสอนว่า ร่างกายมันไม่ใช่ของเรา แต่มันเป็นเรือนรังของโรค ใจเราเพียงแค่มาอาศัยกายอยู่ชั่วคราวเท่านั้นเอง แต่ใจกลับมาหลงผิดไปยึดเอาเองว่า ร่างกายนี้เป็นของเรา ทั้ง ๆ ที่ร่างกายเอง เขาก็ไม่ได้รับรู้ว่า เขาเป็นของใคร เขาคงเป็นอยู่ตามธรรมดาธรรมชาติของเขา
.
พวกเชื้อโรคต่าง ๆ สัตว์ต่าง ๆ จำพวกหนอน พยาธิ เขาก็มายึดว่า ร่างกายนี้เป็นที่อยู่อาศัยของเขาเช่นกัน เขาก็มาอาศัยอยู่ในร่างกายอันนี้ เช่นเดียวกับเรา
.
จึงหนีไม่พ้นที่ร่างกายจะต้องเกิดโรคาพยาธิต่าง ๆ จะมากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่จะเป็นไป ไม่มีใครจะอยู่โดยปราศจากการเป็นโรคต่าง ๆ ได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นกันสักคนละโรคสองโรค ทั้งโรคกายและโรคใจ หาคนที่จะไม่เป็นโรคอะไรเลยสักอย่าง ก็คงจะหาได้ยาก จนถึงกับหาไม่มี
.
ในธรรมท่านจึงสอนว่า “อโรคยา ปรมาลาภา แปลว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง”
.
ดังนั้น ใครอยากจะเป็นโรคอะไรก็จงเลือกเป็นเอาตามใจชอบได้เลย ทั้งโรคกาย และ โรคใจ พยายามทำเหตุที่จะให้เป็นโรคนั้นเข้าไปให้มาก ๆ เดี๋ยวก็ได้เป็นสมใจ
.
โรคยอดฮิตเวลานี้ก็มี โรคมะเร็งนั่นไง โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ โรคไต โรคกระเพาะ โรคลำไส้ โรคตา โรคหู โรคจมูก โรคกระดูกทับเส้น ปวดหลัง ปวดเอว สารพัดโรค ฯลฯ
.
โอ๊ย! มีให้เลือกเยอะแยะเลย ชอบโรคไหน อยากเป็นโรคอะไร ก็เลือกทำเหตุที่จะให้เป็นโรคนั้น ๆ ได้ตามอัธยาศัย
.
ถ้าไม่อยากเป็นโรคอะไรเลย ก็ต้องระวังตั้งท่าละเว้น อย่าพึงทำเหตุที่จะให้เป็นโรคนั้น ๆ พยายามศึกษาเรียนรู้วิธีการหลีกเลี่ยง แล้วหมั่นทำบุญทำทานรักษาศีล อบรมสมาธิ เจริญปัญญา เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันไว้อีกชั้นหนึ่งด้วย
.
โดยเพราะโรคใจ หากเป็นกรรมเก่าให้ผล ไม่มีทางจะหลีกเลี่ยง หรือแก้ได้ ก็จำต้องยอมรับกันไปตามกรรม แต่กรรมใหม่แก้ได้ด้วยการละชั่ว ทำดี คือเจริญศีล สมาธิ ปัญญาให้มาก ๆ เข้าไว้ มันจะเลี่ยงได้หรือเลี่ยงไม่ได้ ก็แล้วแต่เหตุปัจจัยที่ทำ
.
สำหรับโรคเกี่ยวกับใจ ก็มีให้เลือกเป็นได้หลากหลายอยู่พอสมควร ดังเช่น โรคบ้าโลภ บ้าโกรธ บ้าหลง โรคอิจฉาริษยา โรคอาฆาตพยาบาท โรคบ้ายศ บ้าอำนาจ บ้ากาม โรคอยากเด่นอยากดัง โรคจิตคิดฟุ้งซ่าน โรคชอบสร้างวิมานในอากาศ อีกสารพัดโรค
.
ซึ่งแต่ละคนก็มักเป็นกันอยู่บ้างแล้ว บางคนอาจจะเป็นหนัก ถึงหนักมาก ถ้าชอบ ก็เป็นกันต่อไป ถ้าไม่ชอบ ก็ต้องหาทางหลบหลีกแก้ไขกันเอาเอง
.
แต่โรคเกี่ยวกับใจที่ดี ๆ ก็มีอยู่เยอะนะ ไม่ใช่จะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมที่จะเป็นกันนัก เช่น โรคชอบทำบุญทำทาน โรคชอบรักษาศีล โรคชอบทำสมาธิให้จิตสงบ โรคชอบเจริญปัญญาฆ่ากิเลส โรคเหล่านี้เป็นแล้วดี แต่มันเป็นยาก เลยไม่ค่อยมีใครอยากจะเป็น
.
เขาบอกอีกว่า “โรคสองขั้วนี้ มันเป็นเพราะสารเคมีในสมองมันแปรปรวน เขาไม่ได้ชอบเป็น ไม่ได้อยากเป็น หาหมอรักษาอยู่ ตอนนี้ก็พยายาม พุทโธ ๆ ๆ อยู่”
.
เราก็อธิบายปลอบใจไปว่า “โรคกายก็ให้เป็นเรื่องของหมอกับยากับโรคจะสู้กัน หาหมอดี ๆ หายาดี ๆ ให้ยาถูกกับโรค ค่อย ๆ แก้ ค่อย ๆ รักษากันไป
.
แต่โรคเกี่ยวกับใจก็ต้องเอาธรรมะเข้าไปแก้อย่างเดียวเท่านั้น ทำใจให้อยู่กับพุทโธให้มาก ๆ อย่าคิดเพ้อเจ้อไปตามอำนาจของความอยาก คิดให้อยู่กับปัจจุบัน คิดให้ตรงกับความเป็นจริง
.
กายมันเป็นโรคอะไรก็ต้องยอมรับ เพราะมันเป็นกรรมของเรา ถ้าไม่ใช่กรรมของเรา มันก็ไม่มีทางที่จะเป็นได้หรอก
.
ถ้ารักษาได้ก็รักษาไป ถ้ารักษาไม่ได้ ก็ปล่อยมันไปตามความเป็นจริง จะเป็นก็เป็น จะตายก็ตายไป ให้ทำใจยอมรับตามความเป็นจริงของมัน เพียงคอยระวังอย่าไปทำเหตุที่จะให้โรคกายกำเริบมากขึ้นก็พอ
.
ข้อควรระวัง จงคอยบังคับใจด้วยสติ อย่าไปอยากให้โรคมันหาย หรืออย่าไปอยากให้มันไม่เป็นโรคนั้น จะเป็นเหตุทำให้ใจเป็นทุกข์หนักยิ่งขึ้นไปอีกเปล่า ๆ
.
เพราะโรคกายจะหายได้ ก็เพราะทำเหตุถูกต้อง คือหมอเก่ง ให้ยาถูกกับโรค คนไข้ก็ไม่ทำอะไรอันจะเป็นเหตุให้แสลงกับโรค ถึงคราวหมดเวรหมดกรรมที่จะเป็นโรคนั้น มันก็อาจหายได้ หรืออาจไม่หายก็แล้วแต่มันจะเป็นของมัน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งนั้น แล้วแต่มันจะเป็นเอง
.
จงรู้ไว้เถิดว่า หากโรคจะหาย ก็ไม่ใช่จะหายเพราะความอยากของใจ ตรงกันข้าม ถ้าความอยากของใจมีมาก ก็อาจเป็นตัวเหตุทำให้เกิดการคิดที่ผิด ๆ เกิดการกระทำที่ผิด ๆ ยิ่งทำให้ใจเป็นทุกข์หนักมากยิ่งขึ้น
.
จงทำลายความอยากให้โรคหาย หรือความอยากให้ไม่เป็นโรคให้หมดสิ้นไปจากใจเสีย เปลี่ยนเป็นทำใจให้ปล่อยวาง ยอมรับตามความเป็นจริง อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่า จะต้องเป็นอย่างนั้น จะต้องเป็นอย่างนี้
.
ให้ทำใจยอมรับตามกรรมของเรา เมื่อเราขวนขวายรักษามัน พยายามทำเหตุด้วยดี จนสุดความสามารถแล้ว มันจะหายหรือไม่หาย มันจะเป็นหรือจะตาย ก็ปล่อยไปตามธรรมดาธรรมชาติของมัน แล้วแต่มันจะเป็นไปเอง ไม่ต้องไปกลัว ไม่ต้องไปกล้า แล้วใจเราก็จะไม่เป็นทุกข์เพราะเป็นโรคนั้น โรคโน้นอีกตลอดไป
.
จงสอนใจไว้เสมอว่า โรคจะหายหรือไม่หายก็ตาม หรือจะไม่เป็นโรคอะไรเลยก็ตาม สุดท้ายก็ต้องตายด้วยกันหมดทุกคน อยู่เฉย ๆ ร่างกายแข็งแรงดีอยู่ มันก็ตายได้
.
ทุกคนต้องตายตามกรรมของตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีใครฝืนกรรมหรือเปลี่ยนแปลงกรรมให้เป็นอย่างอื่นได้ด้วยอำนาจของความอยากที่ปรุงแต่งออกจากใจของเรา
.
ถ้ารักษาไม่หาย เราก็ตาย พอเราตายโรคมันก็ต้องตาย ดังนั้น จึงไม่ต้องไปกลัวว่า โรคมันจะไม่ตาย ไม่ต้องไปเดือดร้อนใจ ถ้ารักษาแล้วไม่หายก็ช่างมัน ก็กอดคอกันตายไปด้วยกันกับโรคก็เท่านั้นเอง เพราะตัวเราเองก็ต้องตายตามกรรมอยู่แล้ว เมื่อกรรมตายมาถึง จะตายก็ตายสิ! ถึงอยากจะหนี ก็ไม่มีทางจะหนีพ้น
.
ที่เป็นปัญหา ก็เพราะใจเรากลัวตายอันเดียว นี่แหละ! ปลุกจิตปลุกใจให้อาจหาญ ไม่ต้องกลัวตาย ไม่ต้องกล้าตาย ขอตายตามกรรมของตัวเองก็พอแล้ว เพราะทุกคนเกิดมา ก็ต้องตายแน่นอน ไม่มีใครไม่ตาย ไม่มีใครไม่เป็นโรค ไม่ใช่มีเราเป็นโรคคนเดียว ไม่ใช่มีเราตายคนเดียว
.
คนเป็นโรคหนักกว่าเราก็ยังมีอยู่ ไม่ต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจ ร่างกายมันจะเป็นอะไรก็ให้มันเป็น ทำใจให้ยอมรับตามนั้น มันจะทุกข์จะเจ็บจะปวดจะทรมานแค่ไหน ก็อดทนต่อสู้กันไป
.
ถ้ากายมันเป็นทุกข์หนักนัก ก็พยายามกำหนดสติแยกกายกับใจออกจากกัน สอนใจไว้เสมอว่า ร่างกายมันเป็นส่วนธาตุสี่ ดิน น้ำ ไฟ ลม จะอย่างไรมันก็ต้องแตกต้องตายอยู่แล้ว อย่าไปให้ความสำคัญกับมัน แต่ใจไม่ได้ตายไปด้วย
.
ให้กำหนดสติรักษาใจ ให้สติอยู่กับผู้รู้คือใจให้มั่นคง ถ้าสติอยู่กับผู้รู้คือใจแล้ว ใจจะไม่เป็นอันตราย
.
ส่วนสิ่งต่าง ๆ ที่ใจรู้ แยกออกเป็นอาการของใจอันหนึ่ง ๆ ที่เกิดดับแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา อย่าไปคิดว่า เขามาให้โทษให้ทุกข์แก่เรา เขาก็เป็นของเขาอยู่ตามธรรมดาธรรมชาติของเขาอย่างนั้น ใจไปสมมติแต่งตั้งปรักปรำให้เขาเป็นสิ่งต่าง ๆ เอง เพราะความหลงผิดของใจเอง
.
ความรู้สึกที่กำลังปรากฏว่าเป็นทุกข์ก็อันหนึ่ง ความจำความรู้สึกว่าเป็นทุกข์ก็อันหนึ่ง ความคิดปรุงแต่งว่ากายเป็นทุกข์ก็อันหนึ่ง ความคิดปรุงแต่งว่าใจเป็นทุกข์ก็เป็นอันหนึ่ง เหล่านี้คืออาการของใจที่สร้างเรื่องสร้างราวสมมติต่าง ๆ ขึ้นมาหลอกตัวเองให้ลุ่มหลงทั้งนั้น ใจคือผู้รู้อันเดียวก็เป็นอีกอันหนึ่ง เบื้องต้นให้ถือใจเป็นผู้รู้เสียก่อน มิฉะนั้น จะไม่มีทางก้าวเดิน
.
จงพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอาการของใจ เหล่านี้ น้อมลงสู่ไตรลักษณ์ โดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาให้เห็นประจักษ์ชัดกับใจให้หายสงสัย กำหนดสติเพ่งพิจารณาอาการเหล่านั้นซ้ำ ๆ ซาก ๆ สิ่งใดที่ไม่จริง มันจะดับไปให้เห็น สิ่งใดจริงมันก็จะคงอยู่ให้ใจรู้ใจเห็นตามความเป็นจริงของมัน นั่นแล ที่ธรรมท่านสอนว่า รู้เห็นตามความเป็นจริง
.
จงตั้งสติรักษาใจเอาไว้ให้ดี อย่าให้ใจไปหมายยึดเอาทุกข์มาเป็นเรา แล้วเหมารวมว่า เราเป็นทุกข์ อย่าให้ใจเผลอคิดไปในทางที่เป็นสมุทัยคือไปอยากให้ทุกข์หาย หรือไปอยากให้มันไม่ทุกข์ นี่! บังคับกันตรงนี้ให้ดี ๆ
.
ส่วนกายมันเป็นส่วนธาตุ ไม่ต้องให้ใจไปยุ่งกับมันเลย เพราะใจเป็นนามธรรม จะไปบังคับกายที่เป็นส่วนธาตุซึ่งเป็นรูปธรรม ให้เป็นดังใจต้องการ หาได้ไม่ ทำใจให้ปล่อยวางเสีย รักษาได้ก็รักษาไป รักษาไม่ได้ก็ให้มันตายไป
.
โลกนี้ทั้งโลก ล้วนเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายอยู่ด้วยกันหมดทั้งสิ้น เกิดทุกข์ แก่ทุกข์ เจ็บทุกข์ ตายทุกข์กันเกลื่อนโลก มีเราทุกข์คนเดียว ตายคนเดียวเสียที่ไหน
.
จะเป็นอะไรก็เป็น จะตายเมื่อไรก็ตาย ทำใจอย่าให้กลัวทุกข์ อย่าให้กลัวตาย เพราะกลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย ตายกันหมดทั้งโลก เกิดเท่าไรก็ตายเท่านั้น
.
มันจะทุกข์จะทรมานแค่ไหน ก็อดทนต่อสู้กันไป ทำใจให้ยอมรับทุกข์ ถ้าไม่อยากทุกข์ก็อย่ามาเกิด เมื่อเกิดมาแล้วจะให้มันไม่ทุกข์ย่อมเป็นไปไม่ได้
.
มันจะทุกข์จะยากจะลำบากแค่ไหน ก็อดทนพิจารณาต่อสู้กันไป กรรมของเราทำมาอย่างนี้ อย่าไปฝืนกรรม และอย่าไปฆ่าตัวตายให้เป็นกรรมหนักยิ่งขึ้น ปล่อยให้มันตายของมันเองนั่นแหละ
.
จะตายช้าตายเร็ว ก็ตายตามกรรมของเจ้าของ ยอมรับชดใช้หนี้กรรมกันไปเสีย ใช้หนี้ใช้สินมันหมดไปแล้ว มันก็จะไม่เป็นบาปติดจิตติดใจยืดเยื้อไปในภพชาติข้างหน้าได้อีกต่อไป
.
มีหนี้เวรหนี้กรรมอะไรกับใคร ก็ชดใช้ให้มันหมดเวรหมดกรรมไปเสีย อย่าไปหลบ อย่าไปหลีก อย่าไปหนี เมื่อหมดเวรหมดกรรมแล้ว เราก็อยู่สบาย ไม่มีอะไรมาตามจองล้างจองผลาญเราได้อีกตลอดไป
.
ข้อสำคัญคือ อย่าไปก่อเวรก่อกรรมชั่วขึ้นมาใหม่ ให้เป็นการผูกเวรผูกกรรมกันต่อไปอีก อย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็แล้วกัน ให้ระลึกรู้ไว้เสมอว่า
.
“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร การให้อภัยแก่คนที่ประทุษร้ายเราได้ คือการให้อันสูงสุด ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีเมตตาทั้งต่อตนเองและผู้อื่นอย่างไม่มีประมาณ”
.
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้!!



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



สายธารธรรม โดย...เจ้าอาวาส

* ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
* บริขารพระป่าในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
* สุดรัก...สุดอาลัย... พ่อแม่ครูอาจารย์
* ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่อง หนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์
* พระประวัติย่อ สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
* ชมวีดีโอชิวิตที่วัดป่าบ้านตาด
* 100 ปี ชาตกาลองค์หลวงตา
* ชมวีดีโองานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
* ประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (ย่อ)
* ทำเนียบพระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่
* สมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน article
* คำพระอุปัชฌาย์สอนนาค
มาฆบูชารำลึก ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
แม่นี้มีคุณอันใหญ่หลวง
วันเข้าพรรษา
อาสาฬหบูชารำลึก ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
วิสาขบูชารำลึก ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑
วันที่พ่อจากไป
QR Code เติมบุญ
* เทศน์งานหลวงปู่ท่อน ญาณธโร
อุบายแก้ความโกรธ
5 มาสก เป็นเงินเท่าไร
วินัยพระห้ามจับเงิน จับทอง
อุบายปราบความท้อใจ
คนดี ทำดีได้ง่าย
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
* เทศน์งานหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต
ไอ้ยอดอกตัญญู
ตะวันจะลาลับขอบฟ้า
ทำดีไม่ต้องมีใครเห็น
* เทศน์งานหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล
อาจาริยบูชาครบรอบปีที่ ๗
ให้ทำตัวเหมือนผ้าเช็ดเท้า
พระค่อนประเทศมอมเมาประชาชน
พระอรหันต์ในบ้าน
อุบายแก้หนาว
สมมติแห่งกาลเวลา
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๑
ให้ทานอย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก?
ไม่มีอะไรเป็นของเราจริง
โลกนี้ก็มีแต่ "เกิด" กับ "ดับ"
คนมีสติปัญญา คือ อย่างไร?
* เทศน์ที่วัชรธรรมสถาน ๒๕ เม.ย.๒๕๕๗
* เทศน์ที่เวที คปท. ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๗
ที่สุดของกาย และ ความกลัวตาย
สงกรานต์ ๕๗ ประเพณีที่จำเป็นต้องยอม
สุขสันต์วันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมไทย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มช. 9 สิงหาคม 2556
กราบพระพุทธเจ้าอย่างสนิทใจตลอดอนันตกาล
ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมจากโลก
ข้าราชการกับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ณ วัดไร่ขิง 6 พฤษภาคม 2556
อดีตพระชาวญี่ปุ่น ลาสิกขา
วางศิลาฤกษ์เจดีย์หลวงตา ๓๐ ม.ค.๒๕๕๖
เลือกข้างให้มันถูกนะ
เรื่องราวของคนใกล้ตาย
ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน
ศาสนาทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดีจริงหรือ?
เขตปลอดความสวย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต 29 มิถุนายน 2555
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องปูหินแกรนิต พื้นโบสถ์...
สัมผัส แม่คะนิ้ง และความงามลึกล้ำบนยอดดอยผ้าห่มปก
เครื่องอัดรายการสถานีวิทยุชุมชน
มาชมสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ไม่มีอะไรใหญ่เหนือใจ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล