ทุกวันนี้คนชั่วมันมากกว่าคนดี สังคมจึงวุ่นวาย


โลกเรามันก็มีทั้ง "คนดี" และ "คนชั่ว" คลุกเคล้าปะปนกันมาอย่างนี้ ไม่รู้ตั้งกี่กัปกี่กัลป์มาแล้ว ไม่มีใครจะทำคนดี ให้กลายเป็นคนชั่วได้ และไม่มีใครจะทำคนชั่ว ให้กลายเป็นคนดีได้  การจะเป็นคนดี หรือ คนชั่ว ทุกคนต่างต้องทำด้วยตัวเองเท่านั้น คนอื่นอย่างมากก็ทำได้แค่พูดจาว่ากล่าวตักเตือนพร่ำสอน ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก ในบุคคลที่ควรสอนได้ ถึงกระนั้น เมื่อบอกสอนแล้ว ก็อย่าพึงหวังว่า เขาจะเชื่อหรือทำตามเรา ยังคงต้องขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง ว่าจะรับฟัง แล้วนำไปปฏิบัติหรือไม่

บางครั้งเราอาจรู้สึกหงุดหงิด หรือบางทีถึงขั้นโมโห เพราะการกระทำไม่ดีของคนอื่น  บางทีก็ถึงกับแช่งชักหักกระดูกกันเลยทีเดียว  เพราะไม่นึกไม่คิดว่า  ยังจะมีคนทำเลวได้ซะขนาดนี้  มันไม่สมควรจะเกิดเป็นคนเลยอะไรประมาณนี้ เพราะความเลวของคนมันไม่มีระดับต่ำสุดจริงๆ  มันเลวไปได้เรื่อยๆ ไม่รู้ว่าที่สุดแห่งความเลวมันอยู่ตรงไหน

ดังนั้น ถ้าเราเห็นคนทำเลว แล้วไปโมโหเขา มันก็สร้างทุกข์ให้กับใจเราเองเปล่าๆ  เพราะความโมโหนั้นแล จะเป็นไฟเผาใจเราไปตลอด  คนเลวมันก็คงเลวอยู่ตามเดิมของมัน  ต่อให้เราโมโหไปจนขาดใจตาย ก็ไม่ช่วยทำให้คนเลวมันกลับใจเป็นคนดีได้

แม้เราจะแช่งชักหักกระดูก ให้คนเลวมันตายโหงตายห่าไปโดยเร็วพลันก็ตาม แต่คำแช่งของเรานั้น จะได้ทำให้คนเลวมันตายไปก็หามิได้  แต่คนเลวก็ยังคงต้องตายไปตามผลกรรมที่ตนทำไว้อยู่นั่นเอง ดังนั้น หากเห็นใครทำไม่ดี  ก็ไม่ต้องไปโกรธเคืองเขาหรอก  มันเดือดร้อนใจตัวเอง

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม จึงเป็นความจริงแท้แน่นอน  ยิ่งทำชั่วมากเท่าไร  ก็ยิ่งต้องไปเสวยผลแห่งกรรมชั่วมากเท่านั้น  ความทุกข์อันเกิดจากผลแห่งกรรมชั่วที่ตนได้ทำไปแล้วนั้น   มันย่อมมากมายมหาศาลกว่า ความสำคัญผิดว่าสุขที่เกิดจากการกระทำชั่วอย่างแน่นอน

ยกตัวอย่างเช่น คนไปขโมยของเขามา มีความสุขเพราะการได้ใช้ของฟรี โดยที่ไม่ต้องลงแรง แต่ต้องเป็นทุกข์อยู่ภายในใจ เพราะรู้อยู่ถึงความผิดที่ขโมยของเขามา และเป็นตราบาปฝังอยู่ในใจไปตลอด เมื่อเห็นอยู่ว่า ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ย่อมเดือดร้อน เพราะทรัพย์สินอันเป็นที่รักถูกขโมยไป

วันหนึ่งเมื่อบาปให้ผล คนเลวก็ย่อมต้องสูญเสียทรัพย์สินอันเป็นของรักไปดุจเดียวกันกับที่ได้ทำเขาไว้นั้นเอง

ดังนั้น ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ จงมีสติระลึกไว้เสมอ อย่าพึงทำตัวเอง ให้กลายเป็นคนชั่วเสียเลยจะดีกว่า  ชื่อว่า ความชั่วแล้ว แม้เพียงเล็กน้อย  ก็อย่าได้ยินดีไปกระทำ เพราะมันจะลุกลามเป็นความชั่วหนักเข้าเรื่อยๆ ไฟแม้เพียงสะเก็ดไฟเล็กน้อย  ก็ยังให้ผลเป็นความร้อน และเผาไหม้กลายเป็นกองไฟที่ใหญ่โตได้ บาปแม้เพียงเล็กน้อย เมื่อทำบ่อยๆ ก็กลายเป็นบาปหนักได้เอง



ผู้ตั้งกระทู้ webmaster กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2011-11-01 20:30:34


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2939012)

 ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา จนถึงทุกวันนี้  คนดีย่อมมีมากกว่าคนชั่ว   ในโลกนี้ย่อมมีคนดีมากกว่าชั่ว  ในประเทศนี้คนดีย่อมมีการกว่าคนชั่ว  ในจังหวัดนี้ย่อมมีคนดีมากกว่าคนชั่ว  ในอำเภอนี้ย่อมมีคนดีมากกว่าคนชั่ว  ในตำบลนี้ย่อมมีคนดีมากกว่าคนชั่ว   ในหมู่บ้านนี้ย่อมมีคนดีมากกว่าคนชั่ว  ในครอบครัวนี้ย่อมมีคนดีมากกว่าคนชั่ว

ผู้แสดงความคิดเห็น สาคร อุไรกุล วันที่ตอบ 2013-02-14 09:16:28


ความคิดเห็นที่ 2 (2950725)

ถ้าคนดีมีมากกว่าคนชั่ว สังคมก็เต็มไปด้วยความสงบสุข เรื่องการแก่งแย่งเอารัดเอาเปรียบข่มเหงรังแกกัน ปล้น จี้ ฆ่า ฟันกัน คงเกือบจะไม่มี หรือมี ก็น้อยเต็มทน  แต่ทุกวันนี้ สังคมบ้านเรามันเป็นอย่างไร ก็พอดูกันเอาเอง การปล้น จี้ ลักขโมย การโกง การทุจริตต่อหน้าที่มีมากมายในทุกหน่วยงาน

ในคน 100 คน คิดว่าจะมีคนที่มีศีล 5 ครบถ้วนอยู่สักกี่คน  ใครจะเป็นคนดี หรือไม่ดี ต้องเอาศีลธรรมเป็นเครื่องวัด จะเอาความรู้สึกมาเป็นเครื่องวัดไม่ได้  ถ้ายังมีคนดีมากกว่าคนชั่ว ความเดือดร้อนวุ่นวายก็จะยังไม่ถึงระดับรุนแรง  แต่ถ้าเมื่อใดคนชั่วมากกว่าคนดี  เมื่อนั้นสังคมก็จะเดือดร้อนวุ่นวาย จะอยู่กันอย่างมีความสงบสุขไม่ได้  อีกไม่นานสังคมไทยอาจต้องลุกขึ้นมาฆ่าฟันกันเอง  ก็เพราะคนชั่วพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยกสามัคคี  สร้างความเข้าใจผิด สร้างความสับสนในสังคม

ศาสนาพุทธมีอายุกาล 5,000 ปี เมื่อถึง พ.ศ.5,000 ศาสนาพุทธจะหายไปจากจิตใจของสัตว์โลก แต่ศาสนายังคงอยู่โดยธรรมชาติไม่ได้สูญหายแต่อย่างใด  แต่จิตใจสัตว์โลกจะรองรับศาสนาไว้ไม่ได้เอง และจะไม่มีนักปราชญ์ผู้ฉลาดมาชี้บอกว่า อะไรดี อะไรชั่ว  ทุกคนจะเข้าใจเอาเองว่า สิ่งที่ตนทำนั้นดีไปหมด  แม้กระทั่งการฆ่าคนอื่น เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง  ถึงเวลาเช่นนั้น อาจหาคนดีไม่ได้เลย เป็นยุคที่ศีลธรรมเสื่อมจริงๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทีมงาน วันที่ตอบ 2013-04-23 21:00:33


ความคิดเห็นที่ 3 (3009277)

 เข้ามาอ่านแล้วรุ้สึกประทับใจค่ะ ตัวเองก็กำลังอยู่ในวังวนปัญหาที่ขาดซึ่งปัญญาในทางแก้ไข อยากโพสถามแต่ก็ละอายที่ต้องบอกในที่สาธารณะกลัวเป็นความอกตัญญูและแสดงความเขลาออกมา

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเขลา วันที่ตอบ 2014-10-01 17:12:39



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล