มีข้อสงสัยอยากกราบเรียนถามพระอาจารย์ครับ


กราบนมัสการพระอาจารย์ ด้วยความเคารพครับ กระผมมีข้อสงสัยนิดหนึ่งครับ 1. ผมเคยได้ยินมาว่า เวลาพระภิกษุสงฆ์โคจรบิณฑบาตร เมื่อรับบาตรเสร็จมีการให้พรแก่ญาติโยมผู้ใส่บาตรโดยกล่าวบท ยถา ฯ หรือ สพฺพี ติโย ฯ ซึ่งพบเห็นเป็นปรกติทั่วไป แล้วได้ยินมาว่าเป็นอาบัติ จริงรึไม่ครับและสายพระกรรมฐาน องค์ท่านปฏิบัติอย่างไรครับ 2.เมื่อทำภัตตาหารถวายพระภิกษุสงฆ์ ในอาหารนั้นมีเครื่องปรุงที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอร์ ที่ผสมลงในอาหารนั้น ๆ เพื่อเพิ่มรสชาดของอาหาร เช่น เหล้าจีน ไวท์ เป็นต้น จะเป็นบาปแก่ผู้ทำหรือไม่ครับ


ผู้ตั้งกระทู้ Watsiri :: วันที่ลงประกาศ 2016-07-22 20:09:54


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3036653)

๑.ในพระวินัยเสขิยวัตร ท่านกล่าวไว้ว่า ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เมื่อเรายืนอยู่จะไม่แสดงธรรม แก่บุคคลผู้ไม่เป็นไข้แล้วนั่งอยู่ ดังนั้น เมื่อพระยืนอยู่ แล้วโยมนั่งอยู่ พระให้พรชื่อว่า เป็นการกล่าวธรรมในที่อันไม่สมควร พระเป็นอาบัติทุกกฎ ถ้ายืนก็ต้องยืนด้วยกัน หรือ นั่งก็ต้องนั่งด้วยกัน ครั้งพุทธกาลท่านถือว่า อิริยาบถยืนต่ำกว่าอิริยาบถนั่ง 

๒. การใช้แอลกอฮอล์ผสมในอาหารเพื่อประกอบเป็นยา ท่านอนุญาตให้ทำได้ แต่ต้องอยู่ในระดับที่ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส พระจึงจะฉันได้ ส่วนจะเป็นบาปหรือไม่ ก็อยู่ที่เจตนาว่า ทำเพื่ออะไร? ถ้าเจตนาทำเพื่อแกล้งให้พระผิดพระวินัยจักได้กล่าวโทษ ก็ต้องเป็นบาป หรือทำเพราะไม่รู้ ไม่เจตนา หวังดีต่อพระอยากให้ท่านขบฉันอร่อย ๆ โทษก็หนักเบาไม่เท่ากัน การกระทำใด ๆ ที่ไปส่งเสริมให้พระกระทำผิดพระวินัย ก็ต้องเป็นบาป คือ อย่างน้อยก็ทำตัวเองให้โง่เขลา ไม่ฉลาดรู้ในพระธรรมวินัย อันเป็นคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา เป็นเหตุทำให้พระต้องอาบัติ แต่ถ้าพระท่านฉลาด ท่านก็หลีกเลี่ยงเอาตัวรอดได้ ผู้ที่มาเกี่ยวข้องกับพระ จึงควรศึกษาพระธรรมวินัยอันเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จะได้ไม่กระทำการใด ๆ ให้ผิดไปจากพระธรรมวินัย จึงชื่อว่า เป็นผู้ฉลาด และจะเป็นเหตุให้ตนเองปฏิบัติไม่ผิด และอาจได้บรรลุมรรค ผล นิพพานในวันใดวันหนึ่ง หรือชาติใดชาติหนึ่งได้นั่นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น เว็บมาสเตอร์ วันที่ตอบ 2016-07-25 00:55:05



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล