สัตตาหกาลิกสละแล้ว นำมาประเคนใหม่เพื่อฉัน?


 กราบนมัสการครับผม

รบกวนถามตามหัวข้อข้างบนครับ คือถ้าพ้นเจ็ดวันแล้วสละแล้ว โยมนำกับมาประเคนใหม่เพื่อให้พระฉันหรือเก็บไว้ฉันต่อไปอีกเรื่อยๆ  ตามพระวินัยได้หรือไม่ได้อย่างไร(ขอแหล่งอ้างอิงด้วยครับ)

กราบนมัสการครับผม

พระอนิรุทธิ์ อคฺควณฺโณ



ผู้ตั้งกระทู้ พระอนิรุทธิ์ อคฺควณฺโณ :: วันที่ลงประกาศ 2018-02-13 20:13:27


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4103308)

คำตอบ

ข้อนี้มีมาในสิกขาบทที่ ๓ แห่งอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ วรรคที่ ๓ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ภิกษุรับประเคนแล้ว พึงเก็บไว้ฉันได้ ๗ วันเป็นอย่างยิ่ง ภิกษุให้ล่วงกำหนดนั้นไป เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์

ในวินัยมุขเล่ม ๑ หน้า ๑๐๘ บอกไว้ว่า ได้เภสัชที่สละแล้วคืนมา ภิกษุนั้นเองก็ดี ภิกษุอื่นก็ดี อย่าฉัน ใช้ในกิจภายนอก เป็นต้นว่า ตามไฟและผสมสีได้อยู่ ภิกษุอื่นท่านอนุญาตให้ใช้ทากายได้ด้วย ผูกใจไว้ก่อนว่า จะไม่บริโภค แม้ล่วง ๗ วันไป ไม่เป็นอาบัติ

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ สัตตาหกาลิก ถ้าเก็บไว้ครบ ๗ วันแล้ว ให้สละทิ้งไป หากได้คืนมาก็เอาไปใช้อย่างอื่นได้อยู่ แต่ห้ามนำมาฉันอีก

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2018-02-14 19:52:50


ความคิดเห็นที่ 2 (4103321)

 กราบขอบพระคุณครับผม

ที่กล่าวถึงที่มาในวินัยมุขผมเคยอ่านมาก่อนแล้วครับ  ที่ผมสนใจคือ ข้อห้ามดังกล่าว(ห้ามนำกลับมาฉัน)มีระบุหรือมีที่มาในชั้นพระคัมภีร์ไหนหรือเปล่านะครับ

   กราบนมัสการครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น พระอนิรุทธิ์ อคฺควณฺโณ วันที่ตอบ 2018-02-14 21:14:26


ความคิดเห็นที่ 3 (4103340)

การศึกษาพระวินัย หากตั้งใจนำไปปฏิบัติ ก็จงดูที่เจตนาของพระวินัย ทำความเข้าใจให้ได้ถ่องแท้ว่า ปฏิบัติอย่างไรจึงฆ่ากิเลสให้ตายได้ และปฏิบัติอย่างไรจึงเป็นการเสริมเพิ่มพูนกิเลสให้มีมากยิ่งขึ้น

ครั้นรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็จงนำวิธีการที่ฆ่ากิเลสให้ตายได้นั้นไปปฏิบัติเถิด เพราะพระวินัยทุกข้อ พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ ด้วยมีพระพุทธประสงค์ให้พระสงฆ์ทั้งปวงนำไปปฏิบัติเพื่อฆ่ากิเลสเท่านั้น รู้เท่านี้ก็เพียงพอที่จะปฏิบัติได้แล้ว

หากต้องการศึกษาให้รู้ละเอียดลึกซึ้งถึงที่มาว่า มาจากคัมภีร์อะไร คงต้องไปถามพวกมหาที่เขาศึกษาทางด้านปริยัติโดยตรง จะได้คำตอบที่ดีกว่า ส่วนตัวเราต้องขออภัยที่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านปริยัติมากนัก จึงไม่อาจบอกนามคัมภีร์ได้ คิดว่ามีอยู่ในพระวินัยปิฎกนั่นแหละ ลองค้นคว้าเอาเองนะ เราไม่เคยคิดที่จะจดจำชื่อคัมภีร์ และไม่สนใจที่จะรู้เลย เพราะถึงรู้ไปก็ไม่ช่วยทำให้กิเลสมันตาย

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2018-02-15 01:44:05


ความคิดเห็นที่ 4 (4103433)

 สาธุ สาธุ สาธุ

ผมขอกราบขอบพระคุณครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น พระอนิรุทธิ์ อคฺควณฺโณ วันที่ตอบ 2018-02-15 11:26:31



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล