แค่สงสัยในเรื่องทำดีกับเวรกรรมที่ทำมา


 ทำดีแล้วชีวิตไม่เคยได้ดี มีแต่ยิ่งจมลงๆ (ตอนนี้ไม่อยากจะทำดีแล้ว หมดศรัทธาจริงๆ)

บางคนบอกว่าอาจเป็นกรรมเก่า เลยยิ่งสงสัยหนักไปอีกว่า
เราทำไม่ดีไว้พอตายไปแล้ว สิ่งที่เรียกว่ากรรมจะตามมาชดใช้กับเรากันในอีกชาติ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือที่เอาสิ่งผิดพลาดมายัดเยียดคนที่ไม่รู้ เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าเราไปทำอะไรมา เพราะไม่มีใครย้อนเวลาไปหาตัวเราในชาติที่แล้วได้? 
 แล้วถ้าคิดในอีกมุม ทำเลวแล้วได้ดีมีถมไป ใช่แล้ว! ทำเลวให้ชีวิตดีขึ้น พออีกชาติก็ทำเลวเพื่อให้ชีวิตดีขึ้นอีก มันจะดีกว่าที่ต้องมารับกรรมอะไรที่เราไม่รู้ไหม?
เหนื่อยแล้วจริงๆกับการทำความดี 


ผู้ตั้งกระทู้ คนหมดศรัทธา :: วันที่ลงประกาศ 2019-08-12 02:32:12


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4183467)

ตอบ : คุณบอกว่า ทำดีแล้วชีวิตไม่เคยได้ดี มีแต่จมลง ๆ จนคุณไม่อยากทำดี เพราะหมดศรัทธา ถ้าจะบอกว่า ที่คุณจมลง ๆ มันไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะการทำดี แต่เกิดขึ้นเพราะการทำชั่วนั้น แน่นอนนัก คุณก็จะไม่เชื่ออีก เพราะคุณเชื่อว่า ทำเลวแล้วได้ดีมีถมไป คุณเลยคิดที่จะทำเลวเพื่อให้ชีวิตมันดีขึ้น ทำเลวข้ามภพข้ามชาติไปเลย คุณคิดว่ามันจะดีกว่า ที่จะต้องมารับกรรมอะไรที่ไม่รู้
 

ถ้ามันเป็นอย่างที่คุณคิดว่า ทำเลวแล้วชีวิตมันดีขึ้นจริง ก็แสดงว่า คุณมีความรู้ดีกว่าเก่งกว่าพระพุทธเจ้า เราเองเป็นเพียงชั้นลูกศิษย์ ก็หมดปัญญาที่จะอธิบายให้คุณเข้าใจได้ แต่ก็จะลองดู เผื่อคนอื่นที่เข้ามาอ่าน จะได้ไม่เป็นบ้าไปตามคุณ

ถ้าคุณทำดี คุณก็ต้องได้รับผลดีอย่างแน่นอนไม่เป็นอย่างอื่น ทำดีแล้วจะได้รับผลชั่ว ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่งไม่มีสองคือคำตรัสของพระพุทธเจ้า พระองค์เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลก ตรัสไว้ไม่มีผิด ทำดีต้องได้รับผลดี ทำชั่วต้องได้รับผลชั่ว ส่วนคุณจะเชื่อตามกิเลสในใจของคุณมันเสี้ยมสอน ก็ไม่เป็นไร แต่ความเชื่อเช่นนั้นของคุณ ไม่อาจไปลบล้างความจริงของกรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ได้เลย

ความจริงก็คือความจริง ไม่มีทางแปรเปลี่ยนไปตามความเชื่อผิด ๆ ของใคร แต่คนที่มีความเชื่อผิด ๆ ย่อมเป็นเหตุให้ คิดผิด ทำผิด พูดผิด เป็นเหตุสร้างกรรมชั่วให้หนักยิ่งขึ้นไปอีก คุณรู้ได้อย่างไรว่า คนที่มีชีวิตที่ดีขึ้น จะเกิดขึ้นเพราะการทำเลว ใครสอนให้คุณคิดเช่นนั้น ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่คุณพูด คุณจงไปปล้นร้านทองเลยนะ หรือปล้นธนาคารก็ได้ แล้วดูว่าชีวิตคุณจะดีขึ้นไหม? หรือว่าจะได้ไปนอนอยู่ในคุก

ถ้าตรรกะของคุณเป็นจริง ทุกคนก็ไม่ต้องมีศีลมีธรรม คุณไปฆ่าใครก็ได้แล้วชีวิตคุณก็จะดีขึ้น คุณไปขโมยของมีค่าอะไรของใครก็ได้แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้นจริงไหม? คุณก็ไปเป็นชู้กับเมียคนอื่นเลยก็ได้นะ เป็นชู้กับเมียคนอื่นแล้วชีวิตคุณก็จะดีขึ้น หรือจะหลอกลวงต้มตุ๋นใครก็ได้แล้วชีวิตคุณก็จะดีขึ้น คุณไปหาเหล้ากินให้มันเมาหัวราน้ำไปเลยมันจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นไหม? จะเอาอย่างนั้นหรือ?

คงจะมีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละ ที่มีตรรกะบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ ไม่ต้องไปรู้หรอกว่า ชาติที่แล้วทำเลวอะไรมาบ้าง แล้วมันมาส่งผลเลวให้ในชาตินี้ เพียงแค่ทำเลวในชาตินี้ มันก็ส่งผลเลวให้เห็นได้อย่างจะจะอยู่แล้ว จะสงสัยชาติที่แล้วไปให้เป็นบ้าอะไร?

กรรมมันอยู่ที่จิต ฝังจมอยู่ในจิต จะทำดีหรือทำชั่วก็เกิดจากเจตนาที่อยู่ในจิต แต่ลำพังจิตทำได้แค่คิดเท่านั้น ไม่เป็นกรรมหนักร้ายแรงถึงขั้นไปอบาย ถ้าจะให้เป็นกรรมหนักอย่างนั้น จิตต้องอาศัยกายวาจาในการทำกรรมชั่วต่าง ๆ ดังนั้น กรรมจึงส่งผลโดยตรงต่อกาย ส่วนจิตเป็นเพียงแค่ทำให้จิตเป็นสัมมาทิฎฐิ หรือเป็นมิจฉาทิฎฐิเท่านั้น ถ้าจิตเป็นมิจฉาทิฎฐิ ก็จะเป็นเหตุให้คิดผิด และทำผิด พูดผิดตลอดไป เหมือนอย่างที่คุณกำลังเป็นอยู่ในเวลานี้

เมื่อกรรมให้ผลโดยตรงต่อกาย เมื่อกายมันตายได้ แต่จิตมันไม่เคยตาย จิตก็ต้องไปหาร่างกายใหม่คือไปเกิดใหม่ อย่างที่เราเรียกกันว่า ชาติหน้า กรรมบางอย่างจึงอาจให้ผลในชาตินี้ หรืออาจไปให้ผลกับร่างใหม่ในชาติหน้าก็ได้ แล้วแต่มันจะเป็นเอง เพราะกรรมมันอยู่ที่จิต จิตไปไหนก็ไปตามกรรม ไม่มีใครสามารถบังคับกรรมให้ส่งผลตามที่จิตต้องการได้

ถ้าคุณยังเชื่อตรรกะบ้า ๆ ของคุณ เชื่อว่า ทำเลวแล้วจะทำให้ชีวิตมันดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็เอาเลย ไม่ต้องไปทำบุญทำทานตักบาตร วัดวาอาวาสก็ไม่ต้องเข้า พระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่ต้องกราบต้องไหว้ ไม่ต้องรักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ สวรรค์ ๖ ชั้น ก็คงร้างเทวดา เพราะไม่มีสัตวโลกรายใดไปเกิดได้ เนื่องจากคนไม่มีศีลก็ไปเกิดบนสวรรค์ไม่ได้

การทำจิตให้สงบเป็นสมาธิเป็นรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำ คำสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นโมฆะทั้งหมด พรหมโลกก็คงจะว่างร้างไม่มีสัตวโลกไปเกิดเพราะไม่มีใครฝึกสมาธิ ไม่ต้องฝึกจิตให้เกิดสติปัญญาเป็นสัมมาทิฎฐิ มรรค ๘ ก็ไม่จำเป็นต้องมี พระนิพพานก็ไม่ต้องมี เพราะว่า สัตว์โลกทำชั่วแล้วชีวิตจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป คุณก็จะกลายเป็นศาสดาองค์ใหม่ที่พิสดารและแหวกแนวอย่างหาใครเสมอเหมือนมิได้ในสามโลกธาตุเลยทีเดียว

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2019-08-12 22:53:20


ความคิดเห็นที่ 2 (4183470)

นี่คือคำแนะนำเหรอครับ อีกอย่ามันไม่ใช่ตรรกะบ้าบอ ผมแค่สงสัยและหมดหวัง แต่นี่คือสิ่งที่ได้รับจากการสงสัยและหมดหวังงั้นหรือ ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมดศรัทธาหนักกว่าเดิม วันที่ตอบ 2019-08-13 00:44:25


ความคิดเห็นที่ 3 (4183471)

พูดเตือนสติให้คิด  คุณคิดได้แค่นั้นหรือ  เนื้อหาที่อธิบายไปตั้งมากมาย ไม่ช่วยทำให้เกิดความกระจ่างบ้างเลยหรืออย่างไร กลับไปติดใจแค่คำพูดว่า ตรรกะบ้า ๆ บอ ๆ ถ้าอ่านที่อธิบายไปทั้งหมดแล้ว ยังไม่เข้าใจ แต่กลับไปเข้าใจเพียงแค่คำพูดว่า ตรรกะบ้าบอ ก็จงหมดหวังต่อไปเถิด ถ้าความหมดหวังมันทำให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เอาที่สบายใจเลยนะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2019-08-13 01:19:29


ความคิดเห็นที่ 4 (4183472)

ครับ ผมคงเข้าไม่ถึงจริงๆ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมดศรัทธาหนักกว่าเดิมx2 วันที่ตอบ 2019-08-13 01:27:38


ความคิดเห็นที่ 5 (4183577)

ลองไปอ่านบทความตามลิงค์ข้างล่างนี้ดู เนื้อธรรมจะเบาลงจากที่ตอบในกระทู้นี้เล็กน้อย เผื่อบางทีจะชอบแบบนิ่มนวล กระทู้นี้คำตอบจะแรงนิดหนึ่ง ก็ว่าไปตามเนื้อผ้า หนักนิดก็อย่าไปใส่ใจ จับเอาแต่สาระที่มีอยูในนั้นไปใช้ ถ้าหาสาระไม่เจอก็ผ่านไปเสีย อย่าเก็บไปคิดให้หมดหวังหนักเข้าไปอีก ธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ธรรมเพื่อคนหมดหวัง แต่เป็นธรรมสำหรับคนมีหวังต่างหาก
.
กดลิงค์ที่นี่ ====>  อุบายปราบความท้อใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2019-08-14 11:32:24


ความคิดเห็นที่ 6 (4183612)

บางครั้งแค่เหนื่อยกับชีวิตจนท้อใจจริงๆครับ

สุดท้ายผมก็ต้องมาถามทางจากพระ เพราะผมยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เลวโดยสันดาน จะให้ไปทำเลวจริงๆมันก็ไม่ใช่ครับแค่คิดสงสัยเฉยๆเลยตั้งคำถามขึ้นมา ว่าแต่น่าจะลืมแนบ Link มานะครับ ขอบคุณจริงๆครับที่ยังไม่ทิ้งคนหมดศรัทธาคนนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น คนหมดศรัทธา วันที่ตอบ 2019-08-14 15:03:20


ความคิดเห็นที่ 7 (4183637)

 กดลิงค์ที่  อุบายปราบความท้อใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2019-08-15 01:13:28



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล