ReadyPlanet.com


เหตุอันสมควร


 นมัสการพระอาจารย์ด้วยความเคารพ

เหตุสมควรในการกินเภสัช๕ หรือสัตตาหกาลิกนี้ได้คือเหตุเช่นไรครับ ลำพังความอ่อนเพลียจากความหิวนี้เป็นเหตุสมควรหรือไม่ครับ

กับเหตุสมควรในการกินยาวชีวิกนี้  หากยังไม่เจ็บป่วยจะกินได้ไหมครับ

 



ผู้ตั้งกระทู้ บอม :: วันที่ลงประกาศ 2020-06-27 13:11:14


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4200329)

 เหตุสมควรที่ท่านอนุญาตให้พระฉันเภสัช ๕ ได้ คือ กรณีภิกษุไข้จำเป็นต้องบำรุงร่างกาย ต้องฉันยาในเวลาวิกาล ก็ฉันเภสัช ๕ นี้เพื่อลองท้อง หรือมีญาติโยมนำมาถวาย ก็ฉันเพื่อฉลองศรัทธาเขาได้อยู่ แต่ไปสรรหามาฉันเองเพื่อบรรเทาความหิว ฉันเพื่อให้อิ่มก็เท่ากับฉันเป็นอาหาร ก็ผิดวัตถุประสงค์ที่ท่านอนุญาตให้ฉันเป็นยา ปรับอาบัติทุกกฏ

พระปฏิบัติท่านจะรู้เองว่า อันใดควร อันใดไม่ควร การปฏิบัติที่มุ่งหวังความพ้นทุกข์ หากกระทำการใด ๆ ให้ผิดไปจากพระวินัย ก็ได้ชื่อว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ พระปฏิบัติท่านจะไม่กระทำเลย เพราะถ้าเห็นสวนทางกับพระธรรมวินัย ก็เท่ากับขัดแย้งต่อพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีวันจะได้บรรลุมรรคผลนิพพานใด ๆ

คุณเป็นฆราวาส จงประพฤติอยู่ในศีลของฆราวาสไปให้ดีเถิด วินัยของพระ ก็เป็นเรื่องของพระ หากจะศึกษาเพื่อประดับความรู้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าจะทำอย่างพระโดยไม่รู้จักฐานะของตนเอง ระวังมันจะเดือดร้อน แล้วจะอยู่กับโลกไม่ได้ ดีไม่ดีจะไปเพ่งโทษคนอื่น หรือไปเพ่งโทษพระที่ประพฤติไม่ตรงกับที่ตนเองเข้าใจ

ถ้าเป็นฆราวาส คุณจะไปหาเภสัช ๕ มากิน กินจนท้องแตก ก็ไม่ผิดศีล ๕ ศีล ๘ หากอยากทำก็ทำได้ แต่ถ้าไม่อยากทำ จะไม่ทำก็ได้เหมือนกัน ไม่มีข้อบังคับในฆราวาส ให้ใช้ดุลยพินิจเอาเอง มันผิดเฉพาะศีล ๒๒๗ ของพระแค่นั้น ศีลของฆราวาสที่เกี่ยวกับเรื่องกิน จงระวัง! อย่าไปกินอาหารในเวลาวิกาลเท่านั้นก็พอ ส่วนของขบเคี้ยวในเวลาวิกาล อยากกินอะไรก็กินเข้าไป เท่าที่ผู้ถือศีล ๘ จะควรกินได้

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2020-06-29 11:46:01


ความคิดเห็นที่ 2 (4200335)

กราบ ขอบพระคุณพระอาจารย์ครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น บอม วันที่ตอบ 2020-06-29 14:01:14


ความคิดเห็นที่ 3 (4200402)

 กราบนมัสการพระอาจารย์ด้วยความเคารพ

กระผมอยากจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ครับ ถ้าดื่มกินอะไรต่างๆโดยไม่มีเหตุผลที่สมควรกลัวศีลจะด่างพร้อยเศร้าหมองครับจึงกราบเรียนถามเพื่อทราบเหตุผลครับ
   ส่วนเรื่องการเพ่งโทษ แต่ก่อนกระผมก็เคยเพ่งโทษพระที่ท่าน่หย่อนพระวินัย พอมาทราบทีหลังกระผมเข้าใจว่า สติปัญญาของแต่ล่ะคนไม่เท่ากัน บุญวาสนาอุปนิสัยไม่เหมือนกันในการที่จะรักษาบำเพ็ญตนให้พ้นจากความชั่วได้ จึงตัดใจไม่ไปเพ่งโทษคนอื่นเพราะไม่เกิดประโยน์มิหนําซํ้าจะเป็นบาปเป็นกรรมแก่ตัวเปล่าๆ คนอื่นไม่ดีเขาก็ได้รับความทุกข์จากความไม่ดีของเขาโทษแม้แต่น้อยก็ไม่ได้ไปรับกับเขาแต่มาเห็นโทษและเพ่งโทษตัวเองแทน โทษของเราเท่าภูเขามองไม่เห็น โทษของคนอื่นแม้น้อยก็เหมือนมาก กระผมคอยระวังเรื่องนี้อยู่ด้วยการสนใจดูแต่โทษของตัวเองเพราะกระผมชอบเผลอมีโทษของคนอื่นอยู่ในจิตเต็มไปหมดจึงพยายามเห็นโทษของตัวเองให้มากๆและแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ่เห็นว่าไม่พูดจะดีกว่า เพราะตัวเราเองก็ยังไม่ดีพอเลย จะไปเพ่งโทษคนอื่นเขาจะสวนกลับเอา กระผมสอนใจอย่างนี้ตามที่ได้ฟังเทศน์ของครูบาอาจารย์ต่างๆมา จะได้ระวังตัวไปเรื่อยๆครับพระอาจารย์
ผู้แสดงความคิดเห็น บอม วันที่ตอบ 2020-06-30 17:16:17



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล