ReadyPlanet.com
dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 11 คน
dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


วิสาขบูชารำลึก ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓

 

 

วิสาขบูชารำลึก  ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓

.
ในโอกาสที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบ ตรงกับวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ นี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกนึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ก็จักหยิบยกเอาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ มาบรรยายให้ท่านทั้งหลายได้สดับ พอเป็นเครื่องปลอบประโลมใจ ให้เกิดความอาจหาญ ให้ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติ อันเป็นเครื่องชักนำให้ออกจากทุกข์ได้ต่อไป
.
อันว่าพระคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมมีเป็นอเนกอนันต์สุดจะประมาณได้ แม้หากพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้แล้ว จักนั่งพรรณนาพระพุทธคุณไปจนถึงวันปรินิพพาน พระพุทธคุณนั้น ก็ยังมิอาจพรรณนาให้จบสิ้นได้ เห็นทีพระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปเสียก่อนเป็นแน่แท้
.
ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น จำเดิมแต่เมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ตั้งความปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้านั้น กว่าจะสร้างบารมีทั้ง ๓๐ ทัศ ให้เต็มเปี่ยมไพบูลย์ได้ ท่านอุปมาไว้ดังนี้ :-
.
“หากมีบุรุษใดที่จักอาจกล้าหาญเหยียบย่ำลงไปบนแผ่นดินที่ปูลาดด้วยถ่านเผาไฟแดง ๆ ด้วยเท้าอันเปล่าเปลือย เป็นระยะทางอันสุดแสนไกลที่บั้นปลายไม่ปรากฏ ด้วยดวงจิตอันเด็ดเดี่ยวหนักแน่น ไม่ย่อท้อต่อความทุกข์ยากลำบาก ไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อความตาย แม้จะตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่ภพกี่ชาติ จนแม้กระดูกจะกองเท่าภูเขา ก็จะขอเดินเหยียบย่ำลงไปบนถ่านเผาไฟแดง ๆ อย่างนี้ ด้วยใจที่ไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว ผู้เช่นนั้นแล!! จึงจักสามารถสร้างบารมีปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้าได้สำเร็จ"
.
ลองคิดดูเองเถิด ยกพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะเป็นเหตุ กาลอันเป็นส่วนมโนปณิธาน เพียงลำพังแค่คิดอยู่ภายในใจ ว่า "ขอปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้าโน้น" ทำความปรารถนาไว้ในใจเช่นนี้ ก็ยังต้องท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสาร อยู่ถึง ๗ อสงไขยกัปป์ (กัปป์นับไม่ได้ ๗ ครั้ง) เพื่อสร้างบารมีชั้นต้น
.
จากนั้น เข้าสู่กาลอันเป็นส่วนวจีปณิธาน เปล่งวาจา ว่า "จะขอเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้า" แล้วท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดไปอีก ๙ อสงไขยกัปป์ เพื่อสร้างบารมีชั้นกลาง ถ้ายังไม่ท้อถอยความเพียร หรือ ลาพุทธภูมิไปเสียก่อน ก็จักได้รับพุทธพยากรณ์ในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
.
เมื่อได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว จักมีบารมีแก่กล้าเข้าสู่ขั้นปรมัตถบารมี อันเป็นบารมีขั้นอุกฤษฏ์ เที่ยงที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องทำความเพียรต่อสู้กับกิเลสอย่างอุกฤษฎ์ คือ ยอมสละบุตร ภรรยา แม้เลือด เนื้อ และ ชีวิต เพื่อทำความปรารถนาพระโพธิญาณอย่างเดียวเท่านั้น แม้กระนั้นแล้ว ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดเพื่อสร้างสมพระบารมีท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสารอีก ๔ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์ บารมีจึงเต็มเปี่ยมบริบูรณ์
.
รวมเบ็ดเสร็จพระปัญญาธิกะ ต้องสร้างบารมีทั้งสิ้น ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ พระศรัทธาธิกะ ต้องสร้างบารมีทั้งสิ้น ๔๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ และ พระวิริยาธิกะ ต้องสร้างบารมี ๘๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเหลือเกินกว่าที่แต่ละพระองค์จะทรงสร้างบารมีจนเต็มเปี่ยม
.
ควรค่าที่จะมาอุบัติตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก มาประกาศธรรมสอนโลก ให้พวกเราท่านทั้งหลาย ได้สดับพระธรรมเทศนา อันเป็นข้อปฏิบัติที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา อันเป็นทางสายกลาง ประกอบด้วยมรรค มีองค์ ๘ ที่ย่นย่อลงแล้วก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง
.
พวกเราที่เป็นภูมิสาวก เพียงสร้างบารมีแค่เศษเสี้ยวของพระพุทธองค์ คือ หนึ่งแสนมหากัปป์ ก็สามารถบรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันตสาวกเข้าสู่พระนิพพานได้แล้ว แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น เพราะการที่พระองค์ ทรงทำความปรารถนาจะรื้อขนสัตว์ ให้ก้าวพ้นจากทุกข์ไปด้วยกัน พระองค์ต้องยอมอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก เพื่อสร้างสมพระบารมีให้เต็มเปี่ยม ต้องทนทุกข์ทรมานในการเวียนว่ายตายเกิดไปอีก ๒๐ อสงไขยกัปป์ มากกว่าพวกเราอย่างเทียบกันไม่ได้เลย
.
แล้วจะมีผู้ใดใครเล่า จะสามารถพรรณนาคุณงามความดีของพระองค์ที่เรียกว่า พุทธคุณ ที่ทรงบำเพ็ญเพียรมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ๒๐ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์นั้น มาตีแผ่ให้พวกเราได้เรียนรู้จนหมดสิ้นได้ทุกอย่าง แม้พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์มาอุบัติตรัสรู้ต่อ ๆ กันไป แล้วนั่งพรรณนาพระพุทธคุณไปเรื่อย ๆ ก็ยังพรรณนาพุทธคุณได้ไม่จบไม่สิ้น ด้วยเหตุสุดวิสัยว่า อายุขัยจักพลันหมดสิ้นลงไปเสียก่อนนั่นเอง
.
ดังนั้น ในวาระอันเป็นมหามงคลที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบอีกครั้งในปีนี้ จึงควรที่พวกเราชาวพุทธ จักได้น้อมรำลึกนึกถึง พระคุณอันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ผู้เป็นจอมศาสดาเอกของโลก ด้วยการน้อมนำเอาพระธรรมคำสอนมาประพฤติปฏิบัติดัดแปลงกาย วาจา ใจ ของพวกเราให้ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ในองค์มรรคทั้ง ๘
.
ด้วยการเจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นหนทางปฏิบัติเพื่อการชำระกิเลส ดับกองทุกข์ภายในใจได้อย่างสิ้นเชิง ถวายเป็นปฏิบัติบูชาแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในวาระที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบในปีนี้ ตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ อันเป็นปักข์ขาด พระสงฆ์ก็จักกระทำสังฆอุโบสถ มีสวดพระปาติโมกข์ นับเป็นอุโบสถที่ ๔ แห่งคิมหันตฤดู ควรที่ชาวพุทธเราจักสมาทาน ศีล ๕ หรือ ศีล ๘ ตามควรแก่กำลังความสามารถของตน
.
ก็วันวิสาขบูชา นี้ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ผู้ทรงเป็นพระมหาบุรุษสุดประเสริฐ ผู้ดำรงในพระคุณอันล้ำเลิศ ๓ ประการ มีพระปัญญาคุณอันยอดเยี่ยม พระบริสุทธิคุณอันหมดจดงดงาม พระมหากรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาล
.
เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ก็มิได้ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ตามลำพังพระองค์เอง อาศัยความกรุณาเอ็นดูในหมู่สัตว์ ทรงเสด็จจาริกไปในคามนิคมน้อยใหญ่ เพื่อทรงแสดงธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้ได้ฟังธรรมและปฏิบัติตาม ทั้งไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลาง และไพเราะในบั้นปลาย เป็นเหตุให้พวกเราได้มีข้อปฏิบัติดำเนินไปตาม ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ก็จะสามารถละความเห็นผิดอันเป็นโทษทุจริต ให้สถิตตั้งมั่นในความเห็นชอบ อันเป็นคุณความดีงามที่จะนำไปสู่ความดับทุกข์ได้
.
วันวิสาขบูชา จึงถือเป็นวันสำคัญอันยิ่งใหญ่ของโลก ไม่มีวันสำคัญอื่นใดจะยิ่งไปกว่า เพราะวิสาขบูชา เป็นวันเดียวที่รวมเอาเหตุการณ์สำคัญของโลกถึงสามประการไว้ด้วยกัน อันยากยิ่งที่จะอุบัติบังเกิดกับมนุษย์ปุถุชนคนใดในโลก กล่าวคือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสุมพุทธเจ้า พระองค์นั้น และเป็นการประสานรวมธรรมขั้นสุดยอด ที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ตลอด ๔๕ พระพรรษา สรุปรวมลงในพระไตรลักษณ์ คือ "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา" อันเป็นธรรมขั้นสุดยอดที่ใช้ปราบกิเลสให้หมดสิ้นจากใจได้อย่างหมดจดงดงาม
.
โดยมีนัยดังนี้ คือ อนิจจัง ได้แก่ ความเกิดปรากฏเป็นเบื้องต้น คือการประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ทุกขัง คือ ความเสื่อมสิ้นพิบัติแปรปรวนตั้งอยู่ในท่ามกลาง คือ นับจากวันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ๔๕ พระพรรษา ที่ทรงประกาศธรรมสอนโลก และจบลงด้วย อนัตตาธรรม คือ การที่พระพุทธองค์ทรงดับขันธปรินิพพาน ได้ตอกย้ำถึงความที่ไม่มีตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของผู้ใด ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา 
.
ดังนั้น วันวิสาขบูชา นี้ จึงเป็นเหมือนการประมวลธรรมทั้งปวงที่พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมสั่งสอนไวไนยสัตว์ ให้เป็นนิมิตหมายแสดงให้เห็นถึงความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของทุกสรรพสิ่ง ไม่มียกเว้นแม้กระทั่งพระองค์เอง ที่ได้ประสูติในเบื้องต้น ตรัสรู้ในท่ามกลาง และปรินิพพานในบั้นปลาย ทั้งสามวาระมาปรากฏรวมอยู่ในวันวิสาขบูชา วันเดียวนี้ นับเป็นกาลอัศจรรย์ที่จักมีปรากฏในสามโลกธาตุเพียงครั้งเดียวเมื่อมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติตรัสรู้เท่านั้น
.
ก็ไตรลักษณ์อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นี้ ย่อมถือเป็นธรรมชั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนา ที่บุคคลใดหากบังเกิดดวงตาเห็นธรรม ผู้นั้นต้องเห็นไตรลักษณ์ จึงสามารถก้าวข้ามโคตรแห่งปุถุชนกลายเป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ได้ชื่อว่า มีดวงตาเห็นธรรม และจักสิ้นสงสัยในธรรมทั้งปวง ผู้ใดเห็นไตรลักษณ์ ผู้นั้น ก็ต้องได้เห็นพระนิพพาน อย่างไม่มีวันจะผันแปรเป็นอื่น มีคำถามสอดเข้ามาว่า แล้วทำไมพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงต้องมาประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในวันเดียวกันนี้ด้วยเล่า เป็นเพราะเหตุดังฤา?
.
คำตอบก็คือ ก็ด้วยพระพุทธบารมีอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงบำเพ็ญมาแล้วอย่างเต็มเปี่ยมไพบูลย์ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์นั่นแล จึงบันดาลให้เกิดปรากฎการณ์ อันเป็นคุณลักษณะเฉพาะของท่านผู้เป็นมหาบุรุษสุดประเสริฐ คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้ เท่านั้น มิได้ปรากฏสาธารณะ แก่สัตว์อื่น บุคคลอื่นใดไม่ ตลอดทั่วแดนไตรโลกธาตุ
.
วิสาขบูชา นี้ จึงเป็นนิมิตหมายแห่งธรรมทั้งปวง ที่พระพุทธองค์ทรงพร่ำสอนมาตลอด ๔๕ พระพรรษา ว่า "สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา" ทรงอาศัยพระพุทธสรีระนี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนักแน่น ในธรรมที่ทรงแสดงไว้แล้วนั้น ว่า "แม้พระองค์เอง ถึงจะทรงไว้ซึ่งบุญญาบารมีที่สั่งสมมาแล้วอย่างยาวนาน แม้จะมากมายสักเพียงไหน พระองค์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ให้อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์แห่งไตรลักษณ์ ที่พระองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้วนี้ได้เลย" นั่นคือ ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นแล้ว ต้องดับไปเท่านั้น ไม่มีเว้นแม้แต่พระสรีระของพระองค์เอง
.
เมื่อพระองค์ทรงประสูติ นั่นคือ กาลอันเป็นที่เกิดขึ้นแห่งพระพุทธสรีระ เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้ คือ กาลอันเป็นที่อุบัติแห่งพระตถาคตเจ้า พร้อมทั้งการดับสิ้นไปของกิเลสกองทุกข์ทั้งปวง ที่เรียกว่า "สอุปาทิเสสนิพพาน" และเมื่อพระองค์ทรงปรินิพพาน คือ กาลอันเป็นที่ดับไปของพระตถาคตเจ้า เป็นการดับทั้งรูปขันธ์ คือ พระพุทธสรีระ และการดับนามขันธ์ทั้งปวง อันได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นการดับอย่างไม่เหลือเชื้อ ที่เรียกว่า "อนุปาทิเสสนิพพาน" อันสามโลกธาตุต้องสะเทือนสะท้านหวั่นไหว ในพระคุณอันยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ แห่งพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ที่ได้ทรงดับขันธปรินิพพาน ลาลับจากโลกสมมตินี้ไปเป็นตลอดอนันตกาล
.
ดังนั้น ในวาระที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบ ปวงเราท่านทั้งหลายที่ยังมีลมหายใจสัมผัสรับรู้ได้ ระลึกถึงการมาเยือนแห่งวันวิสาขบูชานั้น ก็จงอย่าได้ปล่อยให้วันวิสาขบูชาล่วงเลยไปเปล่า ๆ จงตั้งจิตสำรวมใจ น้อมรำลึกนึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ที่ได้ทรงประทานธรรมโอวาทอันล้ำเลิศนี้ไว้แล้วแก่พวกเราชาวพุทธทุกคน
.
จงน้อมนำเอาธรรมโอวาทนั้นมาปฏิบัติ เพื่อถวายเป็นปฏิบัติบูชา นอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ในวันอันเป็นมหาอุดมมงคลอย่างยิ่งนี้ จงอย่าได้ทำให้พระองค์ต้องทรงบำเพ็ญพระบารมีลำบากพระวรกายไปเปล่า ๆ ด้วยการแสวงหาธรรมวิเศษมาสั่งสอนพวกเรา แล้วไม่มีใครปฏิบัติธรรม ให้เกิดสติปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในธรรมทั้งปวง ตามรอยเสด็จของพระพุทธองค์ เข้าสู่แดนพระนิพพานได้เลย
.
ธรรมทั้งปวงนั้น แม้จะทรงคุณค่ามากมายสักเพียงไหนก็ตาม แต่จะต้องกลายเป็นเสมือนดังไร้ค่า หากไม่มีผู้ใดสนใจนำธรรมนั้นมาประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึงความดับทุกข์ได้จริง และเป็นสักขีพยาน ว่า ธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงนั้น ย่อมให้ผลจริงแก่ผู้ปฏิบัติตามสมควรแก่ความปฏิบัติตลอดกาล เป็นอกาลิโกไม่มีกาลเวลา และผู้ปฏิบัติจักพึงรู้เองเห็นเองด้วยสันทิฏฐิโก ที่พระพุทธองค์ทรงประทานไว้ให้แล้ว คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑
.
ดังนั้น จึงควรที่พวกเราชาวพุทธต้องตระหนักให้มากว่า ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีคุณค่ายิ่งนัก จงอย่าปล่อยให้ลมหายใจดับสลายไปก่อน โดยที่ไม่มีโอกาสได้ ปฏิบัติธรรม รู้ธรรม และเห็นธรรมใด ๆ เลย
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๓

 

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



สายธารธรรม โดย...เจ้าอาวาส

* ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
* บริขารพระป่าในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
* สุดรัก...สุดอาลัย... พ่อแม่ครูอาจารย์
* ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่อง หนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์
* พระประวัติย่อ สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
* ชมวีดีโอชิวิตที่วัดป่าบ้านตาด
* 100 ปี ชาตกาลองค์หลวงตา
* ชมวีดีโองานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
* ประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (ย่อ)
* ทำเนียบพระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่
* สมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน article
* คำพระอุปัชฌาย์สอนนาค
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มช. 9 ส.ค. 2556
* เทศน์ที่เวที คปท. ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๗
* เทศน์ที่วัชรธรรมสถาน ๒๕ เม.ย.๒๕๕๗
* เทศน์งานหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล 5 ก.พ.2561
* เทศน์งานหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต 8 มี.ค.2561
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป 12 มี.ค.2561
* เทศน์งานหลวงปู่ท่อน ญาณธโร 11 ส.ค.2561
อาสาฬหบูชารำลึก ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓
มาฆบูชารำลึก ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
แม่นี้มีคุณอันใหญ่หลวง
วันเข้าพรรษา
วันที่พ่อจากไป
QR Code เติมบุญ
อุบายแก้ความโกรธ
5 มาสก เป็นเงินเท่าไร
โรคกาย vs โรคใจ
วินัยพระห้ามจับเงิน จับทอง
อุบายปราบความท้อใจ
คนดี ทำดีได้ง่าย
ไอ้ยอดอกตัญญู
ตะวันจะลาลับขอบฟ้า
ทำดีไม่ต้องมีใครเห็น
อาจาริยบูชาครบรอบปีที่ ๗
ให้ทำตัวเหมือนผ้าเช็ดเท้า
พระค่อนประเทศมอมเมาประชาชน
พระอรหันต์ในบ้าน
อุบายแก้หนาว
สมมติแห่งกาลเวลา
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๑
ให้ทานอย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก?
ไม่มีอะไรเป็นของเราจริง
โลกนี้ก็มีแต่ "เกิด" กับ "ดับ"
คนมีสติปัญญา คือ อย่างไร?
ที่สุดของกาย และ ความกลัวตาย
สงกรานต์ ๕๗ ประเพณีที่จำเป็นต้องยอม
สุขสันต์วันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมไทย
กราบพระพุทธเจ้าอย่างสนิทใจตลอดอนันตกาล
ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมจากโลก
ข้าราชการกับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ณ วัดไร่ขิง 6 พฤษภาคม 2556
อดีตพระชาวญี่ปุ่น ลาสิกขา
วางศิลาฤกษ์เจดีย์หลวงตา ๓๐ ม.ค.๒๕๕๖
เลือกข้างให้มันถูกนะ
เรื่องราวของคนใกล้ตาย
ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน
ศาสนาทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดีจริงหรือ?
เขตปลอดความสวย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต 29 มิถุนายน 2555
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องปูหินแกรนิต พื้นโบสถ์...
สัมผัส แม่คะนิ้ง และความงามลึกล้ำบนยอดดอยผ้าห่มปก
เครื่องอัดรายการสถานีวิทยุชุมชน
มาชมสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ไม่มีอะไรใหญ่เหนือใจ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล