เมื่อเจอภัยน้ำท่วม ต้องทำใจอย่างไร
.
บ้านใครถูกน้ำท่วม ก็ต้องทุกข์เป็นธรรมดา ใครไม่โดนก็ไม่รู้หรอก ให้ทำใจคิดว่า เป็นกรรมของตัวเองที่เคยทำเหตุไม่ดีเอาไว้ เป็นเหตุที่จะให้เจอภัยน้ำท่วม ไม่ต้องไปโทษคนอื่น
.
เมื่อปัจจุบันมีผลให้ประสบกับภัยพิบัติจากน้ำท่วม ก็ต้องยอมรับผลของกรรมตามเหตุที่ทำ ซึ่งกรรมก็ให้ผลอย่างไม่เคยปรานีใคร
.
บางคนได้รับผลหนัก บางคนได้รับผลเบา ล้วนเป็นไปตามกรรมที่เคยทำเอาไว้ บางคนอาจยังไม่ได้รับผลของกรรมตอนนี้ ก็อย่าชะล่าใจ โอกาสหน้าอาจได้รับผลก็ได้ จึงไม่ควรประมาทเรื่องของกรรม
.
จะให้ธรรมเป็นข้อคิดเตือนใจ สำหรับคนที่ต้องเจอกับภัยพิบัติอย่างไม่คาดฝัน อย่ามัวแต่ทุกข์ใจกลุ้มใจทำหน้างอเป็นม้าหมากรุก แล้วพาลโกรธด่าคนนั้น ด่าคนโน้น ให้วุ่นวายใจเปล่า ๆ
.
ตอนนี้ถนนหนทางก็สกปรกเต็มไปด้วย ดิน โคลน ทราย ถุงพลาสติก เศษไม้ เศษกระดาษ เกลื่อนกลาดไปหมด ก็หนักหนาสาหัสพอแล้ว สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานหนัก อย่ามัวมาตัดพ้อต่อว่ากันเลย ช่วยกันทำอะไรให้สถานการณ์มันดีขึ้นได้ก็รีบทำเถอะ
.
คำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ในสื่อโซเชียล มันสร้างความเสื่อมเสียให้กับสังคม ยิ่งกว่าเศษขยะที่อยู่ตามท้องถนนเสียอีก
.
ก่อนจะพูดหรือโพสต์อะไรลงไป จึงควรคิดบ้างว่า มันจำเป็นต้องพูดไหม พูดแล้วมีประโยชน์หรือไม่ เป็นคุณหรือเป็นโทษ
.
คำพูดของเราจะไปสร้างบาดแผลไว้ในใจใครหรือเปล่า มิใช่มีปากก็สักแต่ว่าพูดไปเรื่อย เหมือนหมาเห่าใบตองแห้ง มันไม่ใช่ลักษณะของคนมีสติปัญญา
.
ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน ให้พ้นภัยโดยเร็ว จงใช้สติปัญญาคิดอ่านแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าด้วยความสุขุมรอบคอบช่วยตัวเองไปพลาง ๆ ก่อน ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่างอมืองอเท้า รอแต่ความช่วยเหลือของทางราชการ
.
ถ้าทุกข์ใจมาก ก็ตั้งสติทำใจให้สงบนิ่งสักพัก ถ้าไม่รู้จะทำยังไงก็ให้ระลึก “พุทโธ ๆๆ” เอาไว้ในใจ ทำความรู้อยู่กับ พุทโธ ให้ได้เป็นพัก ๆ ไปเท่าที่จะทำได้ อย่าปล่อยใจให้คิดฟุ้งซ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
.
เมื่อใจสงบเย็นพอมีสติบ้างแล้ว ก็ทำใจให้รู้อยู่กับปัจจุบัน อย่าไปคิดถึงอดีตว่า ไม่น่าเป็นอย่างนั้น อย่าไปคาดหมายถึงอนาคตว่า อยากให้เป็นอย่างโน้น ให้ตั้งจิตอยู่กับปัจจุบันจริง ๆ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดมา
.
เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติอย่างนี้แล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับมัน แม้ไม่อยากได้ ก็จำต้องยอมรับ ถึงปฏิเสธก็หนีไม่พ้น เพราะเป็นกรรมของเราที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้ คนอื่นที่ไม่มีกรรมอย่างนี้ เขาก็ไม่เจอ
.
ถ้าไม่ใช่กรรมของเรา น้ำก็มาท่วมบ้านทำลายทรัพย์สินของเราไม่ได้ ถ้าใจไม่ยอมรับกรรม ใจก็จะเป็นทุกข์เพิ่มมากขึ้น เพราะใจจะไปอยากได้สิ่งนั้น ไม่อยากได้สิ่งโน้น ใจก็จะมีแต่ความผิดหวัง
.
เพราะลำพังความอยากของใจ ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาใด ๆ ได้เลย ถ้าไม่กระทำเหตุให้สอดรับกับผลที่ต้องการ
.
ดังนั้น ทำใจให้สบาย ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องเสียดายทรัพย์สินที่ถูกน้ำท่วม มันเสียหายไปแล้ว ก็ให้มันเสียไป ยอมรับตามความเป็นจริง ถ้ายังไม่ตาย พอมีสติมีปัญญา ก็ยังจะหาทรัพย์ได้ใหม่ ไม่ต้องเป็นห่วง เราเกิดมาตัวเปล่า ถ้าไม่ถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว ก็ยังมีกำไรเหลืออยู่เยอะ
.
เบื้องต้นควรสำรวจข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านว่า มีอะไรชำรุดเสียหาย ต้องซ่อมแซมบ้าง ที่ซ่อมได้ก็ซ่อมไป ที่ซ่อมไม่ได้ก็ทิ้งไป
.
ให้ระมัดระวังเกี่ยวกับไฟฟ้า สัตว์มีพิษ และเชื้อโรคต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้สามารถทำลายชีวิตได้ รักษาชีวิตไว้ก่อน อย่างอื่นเสียหายยังพอหาใหม่ได้ แต่ถ้าชีวิตเสียหาย ก็หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
.
สำหรับคนที่พอมีเงินเก็บสะสมเอาไว้ ก็คงพอบรรเทาความลำบากไปได้บ้าง ส่วนคนที่ไม่มีเงินเก็บ ก็อาจต้องทนลำบากกู้หนี้ยืมสิน ถ้าพอมีพ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง ญาติมิตร พอให้หยิบยืมมาก่อนได้บ้าง ก็คงจะดี ขึ้นอยู่กับกรรมของตัวเองว่า เคยช่วยอะไรใครมาบ้างไหม
.
แต่ถ้าไม่มีใครให้หยิบยืมเลย หรือพึ่งพาใครไม่ได้เลย ก็ต้องพึ่งตัวเอง ไม่ต้องไปโทษใคร มีอะไรขายได้ก็ขายไป รับจ้างเขาทำงานอะไรได้ก็ทำไป พอให้มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าสวมใส่ มีที่ซุกหัวนอน
.
ว่าแต่จะมีใครกรรมหนักลำบากขนาดนี้ไหม นี่! ก็พูดเอาขั้นต่ำสุดติดดินไว้ก่อน พระพุทธเจ้าก็สอนพระให้ทำตัวติดดินเหมือนกัน ถึงขั้นให้ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า! นั่นไง!
.
จะทำการทำงานอย่างไรเพื่อการอยู่รอดได้ก็ทำไป ทุกข์แค่ไหนก็สู้ทน ถ้าไม่มีที่ไปจริง ๆ ก็ไปหาอาบน้ำนอน ตามปัมพ์น้ำมันก็ได้ ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นไป ชีวิตหยุดดิ้นก็สิ้นใจ ขอให้อย่าขี้เกียจขี้คร้าน หนักเอาเบาสู้
.
ร่างกายคนเรานั้น ถ้ากรรมตายยังมาไม่ถึง มันไม่ตายง่ายหรอก ขอให้ขยันอดทน ไม่ต้องอายใคร อย่ากลัวทุกข์ อย่ากลัวลำบาก อย่ากลัวตาย ให้ตั้งใจคิดดี ทำดี พูดดี อย่าซ้ำเติมตัวเอง ด้วยการ คิดชั่ว ทำชั่ว พูดชั่ว
.
ขอให้รักษาใจไว้ให้ดีก็พอ ใจดีคือ ใจมีศีลมีธรรม ใจเป็นสมบัติอันล้ำค่ากว่าสมบัติใด ๆ ในโลก ถ้าใจดีมีศีลมีธรรม ก็จะส่งผลให้คิดดี ทำดี พูดดี ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
.
ใจจะกลายเป็นแม่เหล็ก ดึงดูดทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ให้เข้ามาหาเอง ถึงเป็นคนจน ก็จะเป็นคนรวยได้ในวันหนึ่งอย่างแน่นอน อย่าท้อใจ อย่าประมาทความดี
.
นี่คือ เคล็ดลับที่ยิ่งใหญ่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้พวกเราชาวพุทธ ต่อให้ทุกข์จนแค่ไหน ก็จงอย่าทิ้งธรรม ให้ตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมให้มั่นคงตลอดไป
.
เพราะศีลเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ ศีลเป็นบ่อเกิดแห่งโภคทรัพย์ทั้งปวง ศีลเป็นเหตุให้ถึงซึ่งพระนิพพาน เพราะเหตุนั้น พวกเราชาวพุทธ พึงรักษาศีลไว้ให้ดี
.
แต่คนส่วนใหญ่ เมื่อตกทุกข์ได้ยาก ก็มักจะเกิดความโลภ ความเห็นแก่ตัว กระทำการทุจริต ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม โกหกหลอกลวง กินเหล้า ล้วนเป็นทางแห่งความหายนะ เป็นเหตุสร้างบาปกรรมหนักยิ่งขึ้น ผลของบาปก็ยิ่งทำให้ได้รับภัยพิบัติหนักกว่าเดิม
.
ควรทราบว่า ทุกข์ในมนุษย์ จะทุกข์มากแค่ไหน ก็จงเว้นจากการทำบาป ๕ ข้อ นั้น เพราะผลของบาปจะพาให้ไปสู่อบาย เพราะทุกข์ในอบายมันหนักหนาสาหัสกว่าทุกข์ในมนุษย์
.
ทุกข์ในมนุษย์อย่างมากก็แค่ตาย พอตายแล้วทุกข์ก็ดับหมด ดังนั้น อย่ากลัวตาย เพราะต้องตายกันทุกคน ไม่มีใครไม่ตาย แต่การตายด้วยการทำความดี ยังมีคุณค่ากว่าการตายด้วยการทำความชั่ว อย่างเทียบกันไม่ได้เลย
.
เพราะเหตุนั้น จะทุกข์แค่ไหนก็ต้องทำดี อย่าไปทำชั่ว กรรมดีที่ทำจะเป็นเหตุให้ได้รับผลดีเอง โดยไม่ต้องให้ใครมาบันดาล