ช่วงนี้โลกโซเชียลมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายให้ชาวเนตได้ถกเถียงกัน เรื่องดีก็มี เรื่องร้ายสะเทือนขวัญก็มี
.
ส่วนใหญ่จะหนักไปทางร้าย เช่น เด็ก ม.๓ กราดยิงปู่ย่า ยิงครู ยิงนักเรียน และสุดท้ายจบชีวิตตัวเอง ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าสลดใจ โซเชียลก็เถียงกันไม่หยุดว่า ใครผิด ใครถูก สาเหตุมาจากอะไร
.
ยังมีที่ครูออกมาโพสต์ลอย ๆ ในโซเชียล ด่าเด็กนักเรียนที่พูดจาไม่ดีในชั้นเรียน กระทบกระทั่งถึงพ่อแม่ ก็เหมือนมาพูดประชดกัน ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างรุนแรงอีกว่าใครผิด ใครถูก
.
สังคมมันก็เป็นเช่นนี้แหละ ภูมิจิต ภูมิธรรมของคนมันมีหลายระดับ ถ้าอยู่คนละระดับ เถียงกันไปก็ไม่จบหรอก ถ้าเถียงกันเพื่อหาข้อยุติที่ดีมาแก้ไขปัญหาให้กับสังคมได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่ควรทำ
.
แต่ถ้าเถียงกัน เพื่อทำสงครามน้ำลายใส่กันเล่นเฉย ๆ ก็สกปรกเลอะเทอะเปล่า ๆ ก็หนีออกห่าง ๆ ดีกว่า อย่าไปยุ่งกับเขา เพราะเรื่องมันสลับซับซ้อน ผู้รู้เรื่องจริง ๆ จะมีสักกี่คน ถ้ารู้ไม่จริง พูดไปก็ผิด ไม่ช่วยแก้ปัญหาได้ ไม่พูดก็ไม่มีใครมาหาว่าเป็นใบ้หรอก! และไม่ควรไปซ้ำเติมปัญหาให้หนักขึ้นโดยไม่จำเป็น
.
มาดูเรื่องดี ๆ ก็มีที่เด็กไทย “เนเน่” ไปโชว์ฝีมือการเล่นกีร์ต้าขั้นเทพ เพราะร้องเพลงไปด้วย เต้นไปด้วย ทั้งโซโล่ ริฟฟ์ ลีดกีร์ต้า บนเวที AGT ว่ากันว่า ถ้าไม่ใช่ฝีมือขั้นเทพ จะทำอย่างที่เธอทำไม่ได้ ก็ขอเอาใจช่วยให้เธอประสบความสำเร็จอย่างที่ฝัน ให้ไปจนถึงฝั่งฝัน
.
ส่วนตัวเรามองเห็นโลกโซเชียลเป็นเพียงวัตถุดิบที่มาป้อนจิตให้ทำงาน จิตเป็นได้ทั้งโรงงานผลิตธรรม และโรงงานผลิตกิเลส
.
ผู้มีธรรม จิตก็เป็นโรงงานผลิตธรรม ผู้หนาด้วยกิเลส จิตก็เป็นโรงงานผลิตกิเลส ใครจะผลิตอะไรก็สุดแล้วแต่ว่า ธรรมกับกิเลสในใจผู้นั้น อันไหนจะมีกำลังมากกว่ากัน
.
เมื่อใจเป็นธรรม ธรรมก็ชนะกิเลส ใจก็ผลิตธรรมออกมาผ่านการกระทำทางใจ ทางกาย ทางวาจา แสดงออกเป็นการคิดดี ทำดี พูดดี
.
เมื่อใจเป็นกิเลส กิเลสก็ชนะธรรม ใจก็ผลิตกิเลสออกมาผ่านการกระทำทางใจ ทางกาย ทางวาจา แสดงออกเป็นการคิดชั่ว ทำชั่ว พูดชั่ว
.
ชีวิตของคนเราก็ดำเนินไปในลักษณะเช่นนี้ เราอยากให้ใจเราเป็นโรงงานผลิตธรรม หรือเป็นโรงงานผลิตกิเลส ก็ทำเอาเอง เลือกวัตถุดิบป้อนเข้าไปทางกาย ทางวาจา ทางใจ
.
เอาธรรมป้อนเข้าไป จิตก็ผลิตธรรม เอากิเลสป้อนเข้าไป จิตก็ผลิตกิเลส ให้รู้ว่า กาย วาจา เป็นเพียงเครื่องมือที่ใจใช้แสดงกิริยาต่าง ๆ แต่ธรรมกับกิเลส ตัวจริงนั้นอยู่ที่ใจ
.
นักปฏิบัติธรรมอย่าได้หลงประเด็นให้กิเลสมันหลอกต้มได้โดยไปเพ่งโทษเอาผิดกับกาย วาจา แต่ไม่ย้อนมาดูใจที่เป็นแหล่งมั่วสุมของกิเลส เก็บกวาดใจให้สะอาดก่อน ธรรมจึงจะเกิดได้ เพราะกิเลสมันยึดใจเราไว้เป็นเรือนรังของมันนานมาแล้ว
.
ถ้าใครคิดจะผลิตธรรมขึ้นมาเอง ก็ต้องสร้างบารมีเป็นพระพุทธเจ้าเสียเอง ต้องผ่านการลองผิดลองถูกมายาวนานแสนนาน จึงจะตรัสรู้ธรรมเป็นพระพุทธเจ้าได้ ส่วนนอกนั้นเป็นภูมิสาวกตรัสรู้ธรรมเองไม่ได้ ต้องได้ยินได้ฟังก่อนจึงจะตรัสรู้ธรรมได้
.
เบื้องต้นจึงต้องฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า หรือพระอริยสาวกผู้รู้ธรรมเห็นธรรมแล้ว จึงจะนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เมื่อปฏิบัติถูกต้อง ก็ต้องมีผลปรากฏขึ้นที่ใจตนเองด้วยอำนาจของสันทิฏฐิโก ที่ผู้ปฏิบัติจะพึงรู้เองเห็นเองเป็นสักขีพยานอยู่ภายในใจ
.
ศิษย์พระตถาคตสืบทอดมรดกธรรมของพระพุทธเจ้าด้วยสันทิฏฐิโก เช่นนี้ มิใช่มีเพียงการอ่านจากตำราแล้วมานึกคิดปรุงแต่งเอาเอง ก็มาสำคัญตนผิดคิดว่า เป็นผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก
.
ถ้าสันทิฏฐิโกในภาคปฏิบัติในใจตนเองไม่มีแม้แต่นิดเดียว ก็จะกลายเป็นเพียงหนอนแทะกระดาษที่เถียงกันไปเถียงกันมาไม่มีใครยอมลงให้กัน เพราะต่างก็คิดว่า ตัวเองถูกนั่นแล เพราะไม่รู้ว่า ความถูกต้องที่แท้จริงเป็นอย่างไร
.
ทุกวันนี้จึงเกิดสัทธรรมปฏิรูปคือ ธรรมะปรุงแต่งผิด ๆ ถูก ๆ เกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด เหมือนกินเนื้อปลาแต่มีก้างปลาติดปนมาด้วย ผู้กินจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้าฟังธรรมผิดพลาดไป อย่างน้อยก็ทำให้เสียเวลา มากกว่านั้นก็อาจเสียผู้เสียคนไปเลย
.
จะข้ามฟากแม่น้ำก็ต้องไปให้ถูกท่าข้าม และตรวจสอบดูด้วยว่า เรือมันรั่วหรือเปล่า ถ้าเรือมันรั่ว ก็ไปไม่ถึงฝั่ง สุดท้ายก็ไปจมน้ำตายอยู่กลางแม่น้ำ
.
เห็นไหม? นักปราชญ์สมัยใหม่อยู่บนธรรมมาสน์เทศน์เก่งมาก แต่ไม่มีข้อวัตรปฏิบัติอะไรเลย สุดท้ายลงจากธรรมมาสน์ ก็ได้ไปนอนอยู่ในคุก เพราะเทศน์สอนเขาได้ แต่สอนตัวเองไม่ได้
.
เข้าพรรษาแล้วควรขวนขวายทำความเพียรให้มาก ๆ นั่นคือของสำคัญที่จะทำให้ตัวเราเป็นคนดี
.
การสอนคนอื่น การทำให้คนอื่นเป็นคนดี ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องทำตัวเราให้ดีให้ได้ก่อน เพื่อเป็นสักขีพยานในตัวเองว่า จะไม่ไปสอนใครในแบบผิด ๆ เพราะนั่น คือสมบัติของเราแท้ คนอื่นจะเป็นคนดีได้ เขาก็ต้องทำตัวเองให้ดีเช่นเดียวกัน มิใช่จะเป็นคนดีได้เพราะคำสอนของใครก็หาไม่
.
ทุกคนต่างต้องทำดีเอง ทำชั่วเอง จึงจะได้รับผลดี ผลชั่วตามเหตุที่ทำ
จะสอนเขาดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าเขาไม่นำไปปฏิบัติตาม คำสอนนั้นก็ไม่มีประโยชน์ และดูเหมือนจะกลายเป็นของไร้ค่ากับคนที่ไม่ปฏิบัติตาม
.
ก่อนจะสอนใคร จึงควรคิดให้ดี ๆ แม้พระพุทธองค์ก็ยังเลือกสอนเฉพาะผู้ที่สอนได้ ส่วนพวกในโคลนตม ทรงชักสะพาน ไม่สอน
.
“สฺวากขาโต ภควะตา ธัมโม” ตรัสสอนไว้ชอบแล้ว ตรวจตรองดูสิว่า เรานำมาปฏิบัติได้ดีเพียงไหน พวกเราเป็นชาวพุทธ ถ้ายังปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ไม่ได้ แล้วใครจะปฏิบัติตามได้
.
และถ้าหากจะมีผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ จะได้ทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนก็ตาม หนึ่งในนั้น สมควรมีเราอยู่ด้วยมิใช่หรือ?
.
บางครั้งบางเรื่องบางราว หากเราใช้สติปัญญาคิดอ่านใคร่ครวญสักนิด ก็สามารถจะรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้เอง โดยที่ไม่ต้องไปถามใคร
.
หมั่นฝึกหัดตนเองให้เป็นคนช่างสังเกต ให้มีสติปัญญาอยู่ในการรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเห็นอะไร ได้ยินอะไร ให้รู้จักคิดค้นใคร่ครวญหาเหตุผลความผิดถูกดีชั่วไว้เสมอ ๆ
.
เห็นเหตุอย่างนี้ ๆ ก็วิเคราะห์ไปถึงผล ได้ว่า จะเป็นผลดี ผลชั่วอย่างไร? หรือเห็นผลอย่างนี้ ก็สาวไปหาเหตุได้ ว่าจะมาจากเหตุดี เหตุชั่วประการใด?
.
พึงละเว้นจากการทำชั่ว และทำแต่ความดี จนถึงทำใจให้ผ่องใสบริสุทธิ์ ได้ชื่อว่า ทำตามพระพุทธเจ้า
.
บุคคลผู้มีสติปัญญาตรวจตรองรักษาจิตอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ได้ชื่อว่า ผู้ไม่ประมาท จึงสมกับเป็นนักปฏิบัติ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร และจะก้าวล่วงทุกข์เสียได้ในวันหนึ่งอย่างแน่นอน
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๙
.