มีคำถามเข้ามาว่า : เวลามีงานบุญ การจัดสำรับถวาย ข้าว น้ำ แด่พระพุทธ สมควรไหม? ถูกต้องไหม?
.
คำตอบ : เรื่องนี้เป็นเรื่องของความเชื่อของแต่ละคน บางคนก็ว่าถูกว่าควร บางคนก็ว่าไม่ถูกไม่ควร เราจะตอบตามธรรม ไม่ตอบตามใจใคร จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ก็ยกให้ธรรมในใจของผู้นั้นจะตัดสินเอาเอง
.
การถวายข้าวพระพุทธ เข้าใจว่าเป็นอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ ถ้าว่าตามตำรา มันก็มีหลากหลาย แล้วแต่ใครเป็นผู้เขียน ก็ตำราใครตำรามัน เอาเป็นประมาณไม่ได้ ใครอยากจะทำตามตำราไหน ก็ทำตามสบาย
.
แต่ถ้าว่าตามธรรม มันก็มีอันเดียว คือดูตามเหตุผลความถูกต้อง ความเหมาะความควรแก่กาล สถานที่ บุคคล
.
ถ้าเป็นสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ การถวายข้าว น้ำ แด่พระพุทธเจ้า ย่อมเป็นสิ่งสมควร แต่เมื่อพระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้ว การถวาย ข้าว น้ำ จะยังสมควรอยู่หรือไม่
.
การทำทาน ถ้าให้เขาแล้ว เขาไม่ได้เอาไป ของนั้นก็ยังเป็นของเราตามเดิม ก็เท่ากับไม่ได้ทำ หามีประโยชน์อันใดไม่
.
ควรพิจารณาว่า การเอาข้าว น้ำ ไปถวายพระพุทธ จะทำเพื่อประโยชน์อะไร? ถ้าความหมายคือ การถวายบูชาคุณพระพุทธเจ้า ก็รู้อยู่ว่า พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้มารับสิ่งของเหล่านี้
.
การบูชาพระพุทธเจ้าที่ดีกว่าการถวาย ข้าว น้ำพระพุทธ ก็ยังมีอยู่อีกตั้งมากมาย อาทิ การกราบไหว้บูชา ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ทำวัตร สวดมนต์ การปฏิบัติบูชา รักษาศีล เจริญสมาธิ อบรมปัญญา เป็นต้น
.
ข้าว ปลา อาหาร เงิน ทอง ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ มันเป็นอามิสบูชา มันเหมาะสำหรับถวายพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์ท่านฉันได้ บริโภคได้ ก็เอาไปถวายพระสงฆ์ มันจึงจะควร
.
ส่วนการที่ถวาย ข้าว น้ำ แด่ พระพุทธ ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติตาม ๆ กันมาเท่านั้นเอง แม้เป็นกุศลเจตนา แต่ก็แฝงด้วยมิจฉาทิฏฐิอยู่ในนั้น
.
ถ้าใครอยากทำก็ทำได้ แต่ควรต้องเข้าใจเหตุผล ความถูกต้องตามความเป็นจริงด้วยว่า ทำเพื่ออะไร แล้วมันจะสำเร็จประโยชน์ได้จริงไหม?
.
การถวายทานก็เพราะอยากได้บุญ ก็ต้องถวายให้มันถูกธรรมถูกวินัย มันถึงจะเป็นบุญมีอานิสงส์มาก อย่าให้เป็นแต่บุญหยาบ แล้วไปขวางบุญละเอียด คือการถวายทานด้วยศรัทธาที่งมงาย แต่มันขาดปัญญาคือ เหตุผลที่ถูกต้องเป็นธรรม ก็ใช้ไม่ได้ ผู้มีปัญญาท่านก็ไม่ทำกัน
.
แต่โลกนี้มันก็มีทั้งคนโง่ คนฉลาด ทั้งคนมีภูมิจิตภูมิธรรมที่ต่างกัน ผู้ที่จิตยังหยาบอยู่ ก็ทำทานแบบหยาบ ๆ ส่วนผู้ที่จิตละเอียดแล้ว ก็ทำทานอย่างละเอียด คือต้องตรวจตรองดูให้ชัดแจ้งว่า ไม่ทำให้ผิดธรรมผิดวินัย เพราะมันจะเป็นเหตุให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ แล้วห่างไกลจากมรรคผลนิพพาน
.
แท้จริง ผู้ฉลาดจะไม่ทำอะไรตามใจชอบ เหมือนอย่างที่ชอบพูดกันว่า ทำถูกใจแต่มันไม่ถูกธรรม แม้จะถูกต้อง แต่ความถูกต้อง ก็ยังมีมากมายหลายแบบตามความเห็นของคน จึงจำเป็นต้องยึดถือตามพระธรรมวินัยเป็นบรรทัดฐาน
.
คนเรามีภูมิจิตภูมิธรรมที่ต่างกัน จะให้ทำเหมือนกัน คิดเห็นเหมือนกัน มันก็เป็นไปไม่ได้ ยิ่งถ้าจะไปตัดสินว่า อันใดผิด อันใดถูก ก็ยิ่งจะเป็นเหตุให้เกิดการโต้แย้งถกเถียงทะเลาะวิวาทกันมากยิ่งขึ้นเปล่า ๆ
.
การรู้จักว่า อันใดเหมาะ อันใดควร สิ่งใดใช่ประโยชน์ สิ่งใดไม่ใช่ประโยชน์ อันใดมีคุณมาก อันใดมีคุณน้อย อันใดมีโทษมาก อันใดมีโทษน้อย แล้วจัดการกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ให้ถูกต้องตามสมควรแก่เหตุ นั้น เรียกว่า ปัญญา
.
เพราะถ้าของหยาบ ๆ ที่มองเห็นด้วยตา ยังไม่รู้จักว่า ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร แล้วกิเลสในใจที่ละเอียดกว่านี้ตั้งมากมาย ที่ตามองไม่เห็น จะเอาสติปัญญาที่ไหนไปทำลายมันได้
.
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมเรียกว่า พระรัตนตรัย เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในพระพุทธศาสนา ผู้มีธรรมจะทำอะไรก็ต้องไม่ให้เสียความเคารพ และขัดแย้งต่อพระธรรมวินัย ที่ถือเป็นองค์แทนพระศาสดา
.
การทำใจให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ย่อมถือเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม อันเป็นเหตุให้ได้ มรรค ผล นิพพาน
.
หากประสงค์จะบูชาคุณพระพุทธเจ้า ก็ให้บูชาด้วยการปฏิบัติบูชา มีการรักษาศีล เจริญสมาธิ อบรมปัญญา ก็มีอานิสงส์มากกว่าการถวาย ข้าวน้ำ แด่ พระพุทธ อีกตั้งมากมาย อีกทั้งไม่ทำให้ดูเป็นการเซ่นไหว้ บวงสรวง เทพ เทวดา เจ้าที่ เจ้าทาง
.
ศาสนาพุทธทุกวันนี้ ก็ล่วงมาถึงกึ่งพุทธกาล ยิ่งนานก็ยิ่งเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะพระพุทธองค์ก็ทรงพยากรณ์ไว้แล้วว่า ศาสนาพุทธจะตั้งอยู่ได้เพียงไม่เกิน ๕,๐๐๐ ปี ก็ต้องหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
.
แท้จริง ศาสนาเจริญหรือเสื่อมอยู่ที่ใจคน มิได้อยู่ที่กาลเวลา ถ้าเมื่อใดที่ใจคนไม่อาจรองรับศาสนาไว้ได้ ศาสนาก็เสื่อมที่ใจคน เมื่อนั้น
.
อย่างไรก็ตาม ศาสนาพุทธจะดำรงอยู่ได้อีกถึง ๕,๐๐๐ ปี ก็เพราะยังมีผู้ทรงมรรค ทรงผล ทรงนิพพาน รักษาพระธรรมวินัย รักษาข้อวัตรปฏิบัติเอาไว้นั่นเอง มิใช่ว่าจะปล่อยปละละเลยให้ศาสนาดำรงอยู่ไปตามยถากรรม มิใช่อย่างนั้น
.
พวกเราต่างมีอายุไม่ถึง ๑๐๐ ปี ก็ลาโลกตายจากกันไปหมดแล้ว จะไม่เหลือข้อวัตรปฏิปทาที่ถูกต้องดีงาม เอาไว้ให้ลูกหลานได้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องบ้างเลยเชียวหรือ?
.
ขอเพียงชาวพุทธต่างทำตัวเองให้เป็นคนดี ญาติโยมประพฤติตนให้อยู่ในศีลในธรรม พระเณรก็ปฏิบัติเคร่งครัดอยู่ในธรรมในวินัย เพียงเท่านี้ก็ได้ชื่อว่า เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนได้แล้ว
.
แต่ถ้าชาวพุทธปฏิบัติผิดเพี้ยนไปจากพระธรรมวินัย ไม่ตั้งตนอยู่ในสัมมาปฏิบัติ อย่าว่าแต่จะให้ศาสนาตั้งมั่นอยู่ถึง ๕,๐๐๐ ปีเลย แม้จะอยู่รอดในปัจจุบัน ก็ยังเป็นไปได้ยาก
.
ศาสนาพุทธจะดำรงอยู่ได้ ชาวพุทธต้องประพฤติวัตรปฏิบัติตั้งมั่นอยู่ในพระธรรมวินัยเท่านั้น มรรค ๘ ก็จะไม่เสื่อมสูญ
.
จึงสมกับคำตรัสของพระพุทธองค์ว่า “ถ้ายังมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ตราบใด โลกนี้จะไม่พึงว่างจากพระอรหันต์”
.
การทำศาสนพิธีที่เป็นเพียงเปลือกนอกของศาสนา ก็ทำกันอย่างผิด ๆ เพี้ยน ๆ ที่มีอยู่อย่างกลาดเกลื่อนในปัจจุบันนี้ มันยังมีไม่มากพออีกหรือ?
.
ถ้าจะสามารถตัดทอนลงได้บ้าง ก็ช่วยกันตัดทอนลงไปก็คงจะดี ถ้าตัดทอนลงไม่ได้ ก็ช่วยกันยับยั้ง อย่าทำให้มันมีมากขึ้น จะได้ไหม?
.
การทำบุญแบบผิด ๆ การบูชาแบบผิด ๆ การบอกบุญเรี่ยไรแบบผิด ๆ การสอนธรรมแบบผิด ๆ การปฏิบัติธรรมแบบผิด ๆ ล้วนเป็นหอกเป็นดาบทิ่มแทงพระพุทธศาสนา ทำลายพระธรรมวินัยให้ขาดวิ่นมาทุกยุคทุกสมัย
.
ก็ไม่รู้ว่า ยังจะมีผู้ที่มากด้วยบารมีท่านใด จะสามารถมายับยั้งแก้ไขปรับปรุงสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกได้ ทั้งที่พระธรรมวินัยก็ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ ยังมิได้สูญหายไปไหน
.
ถ้าชาวพุทธไม่พร้อมใจกัน ช่วยกันแก้ไขความประพฤติของตัวเอง คือตั้งใจทำดีอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้ว ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างรักษาพระธรรมวินัย รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน แล้วอยู่รอวันตายไปตามลำพัง ต่างคนต่างตายไป ก็เท่านั้นเอง
.
การแสดงออกซึ่งความเคารพในพระพุทธเจ้า หากเป็นอามิสบูชา ก็ถวายความเคารพด้วยการกราบไหว้ สักการะบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ก็เหมาะสมแล้ว
.
ส่วนข้าว ปลา อาหาร ของใช้ต่าง ๆ มันเป็นวัตถุที่เหมาะกับพระสงฆ์ ก็เอาไปถวายพระสงฆ์ มันจึงจะสำเร็จประโยชน์
.
มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย ถ้าอยากทำบุญให้มันได้บุญ ก็ต้องทำบุญให้มันถูกบุญ อย่าทำบุญให้ไปถูกบาป คืออย่าให้กิเลสมันสอดแทรกเข้ามาได้ อย่าให้กิเลสในใจมันเพิ่มมากขึ้น ก็จึงจะสำเร็จประโยชน์เป็นบุญแท้ได้นั่นเอง
.
นี่แหละ! จึงบอกว่า “สัมมาทิฏฐิ คือ หัวใจของการปฏิบัติธรรม” เป็นความจริงแท้แน่นอน ใครจะพูดก็จริง ไม่มีใครพูดก็จริงอยู่อย่างนั้น เพราะความจริงจะไม่ผันแปรเป็นอย่างอื่นได้เลย
.
เพราะเหตุนั้น พระพุทธเจ้ากี่พระองค์มาอุบัติตรัสรู้ ก็ตรัสรู้อริยสัจ ๔ อันเดียวกัน และประกาศธรรมสอนโลกอย่างเดียวกัน ดังนี้แล!!
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๘
.