คนเราจะรักกันก็ต้องมีกรรมบางอย่างเป็นเหตุให้รักกัน คนเราจะเลิกกันก็ต้องมีกรรมบางอย่างเป็นเหตุให้เลิกกัน ทั้งกรรมในอดีตสัมปยุตกับกรรมในปัจจุบัน ไม่มีใครจะฝืนกรรมของตัวเองได้ กรรมในอดีตมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว อย่าเก็บเอามาคิดทำใจให้ขุ่นมัว
.
ธรรมท่านสอนให้ทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้มีสติปัญญาจดจ่ออยู่ในปัจจุบัน การจะคิดอะไร จะทำอะไร จะพูดอะไร ให้พิจารณาให้สุขุมรอบคอบเสียก่อน อันใดใช่ประโยชน์ อันใดไม่ใช่ประโยชน์ สิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร ข้อสำคัญคือต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรมประจำใจ อย่าทำลายหิริโอตตัปปะภายในใจตนเอง จะหาทางออกจากทุกข์ไม่เจอ
.
บางคนไม่เคยฝึกหัดอบรมจิตใจมาก่อน พอเผชิญกับความผิดหวังรุนแรง ก็ยากที่จะทำใจ เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ สติไม่เข้มแข็ง ปัญญาไม่เฉียบคม เกิดความเศร้าโศกเสียใจจนใจแทบพังทลาย
.
แต่ใจนี้เป็นธรรมชาติอมตะที่ไม่เคยแตกสลาย แม้จะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด กาลเวลาคือ ยาวิเศษที่จะรักษาใจให้กลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ขอเพียงอย่าปล่อยใจให้คิดผิด ทำผิด พูดผิด ให้เป็นกรรมปัจจุบันซ้ำเติมตัวเองจนเกิดเหตุการณ์เลวร้ายหนักเข้าไปอีก
.
บางคนคิดไม่ลง ปลงไม่ตกจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า บางคนก็ถึงกับฆ่าตัวตายกลายเป็นกรรมสาหัสสากรรจ์ ถ้าตัวเองเอาแต่คิดไม่ดี ความคิดไม่ดีนั้น ก็จะเป็นเหตุทำร้ายใจตัวเองให้เป็นทุกข์มากยิ่งขึ้น ถ้าหยุดความคิดไม่ดีนั้นไม่ได้ ก็จะออกมาเป็นการกระทำไม่ดี เป็นคำพูดที่ไม่ดี ไปกระทบกระทั่งคนอื่น ก็จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายหนักยิ่งขึ้นไปอีก
.
ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมีสติกล้า ปัญญาคม ที่สามารถข่มจิตข่มใจไว้ได้ ก็จะสามารถรักษาใจให้อยู่ในความสงบเยือกเย็น ไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ที่มากระทบ ถ้าเป็นผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนสติปัญญามาก่อน ก็ยากที่จะต่อสู้กับอารมณ์ได้ สติปัญญาเมื่ออบรมดีแล้วย่อมเป็นองครักษ์พิทักษ์ใจได้อย่างยอดเยี่ยมอัศจรรย์เหนือกว่าสิ่งใด ๆ ในโลก
.
ธรรมสำคัญที่สามารถกำจัดทุกข์ภายในใจได้อย่างเฉียบขาด เป็นวิหารธรรมของพระอรหันต์คือ “สันตุษฐี ปะระมัง ธะนัง” แปลความว่า “ความสันโดษ เป็นทรัพย์อย่างยิ่ง” ถึงแม้คนมีกิเลสยากที่จะทำได้ แต่ถ้ามีความพยายามที่จะทำ คอยอบรมจิต สอนจิต ฝึกจิต ฝืนจิต ให้ต่อสู้กับกิเลสความอยากไว้เสมอ อย่าปล่อยตามความอยากในสิ่งที่ไม่สมควรอยาก ความทุกข์ใจก็จะน้อยลง
.
สันโดษคือ ความพอใจในสิ่งที่ตนมีตนได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา สติปัญญาความเฉลียวฉลาด ฐานะทางสังคม ทรัพย์สมบัติ พ่อแม่พี่น้อง มิตรสหาย แม้มีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง จะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ก็ต้องทำใจให้ยอมรับ และพยายามอยู่กับสิ่งเหล่านั้นให้ได้ โดยไม่ต้องคิดรังเกียจที่จะทำให้ใจเป็นทุกข์
.
อะไรที่ไม่ดีให้คิดหาทางแก้ไขด้วยการทำดี เป็นสัมมาสังกัปโปคือ ด้วยการงานอันชอบ มีความขยันหมั่นเพียรประกอบสุจริต ไม่คิดทำผิดศีลผิดธรรม รู้จักรักษาทรัพย์เก็บหอมรอบริบ คบเพื่อนที่ดี ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยจนเกินฐานะของตนเอง ทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุด ผลดีย่อมปรากฏขึ้นเอง เมื่อได้ผลอย่างไรก็จงพอใจอย่างนั้น ถ้ายังไม่พอใจก็ให้ทำเหตุดีให้มากยิ่งขึ้นไปอีก อย่าไปทำเหตุชั่ว
.
นี่แหละ! ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง คือ ใจที่ไม่ทุกข์นั่นเอง เป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ใจที่ไม่รู้จักพอในสิ่งที่ตนมี ตนได้ ก็มักจะแสวงหาทรัพย์ในทางที่ไม่ชอบ ใจก็จะประสบทุกข์มากยิ่งขึ้น และสั่งสมความโลภให้มากขึ้นไปตาม ไม่มีทรัพย์ใดในโลกจะมีคุณค่ายิ่งไปกว่าใจ เพราะใจคือ สมบัติอันล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติใด ๆ ในโลก
.
ดังนั้น จึงไม่ควรที่ ใคร ๆ จะทำร้ายใจของตนเอง ด้วยการคิดไม่ดี คิดเป็นอกุศลอยู่ตลอดเวลา ให้คิดปลดเปลื้องทุกข์ออกจากใจตัวเองก่อน ด้วยการคิดดี คิดเป็นกุศล อย่ามัวไปคิดโทษคนอื่น สิ่งอื่นว่า มาทำให้เราเป็นทุกข์ ให้รู้ว่า ความคิดโทษคนอื่น สิ่งอื่น นั่นแล คือตัวต้นเหตุที่ทำให้ใจเป็นทุกข์หนักยิ่งขึ้น
.
ถ้าไม่รู้ว่าจะคิดอะไรดี ก็ให้ใจมาอยู่กับ พุทโธ ๆๆ คิดพุทโธ ๆๆ นี่แหละ สามารถสยบทุกข์ใจได้ทุกอย่าง ถ้าพอสงบใจได้บ้างแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะคิดอะไรให้กว้างขวางไปกว่านี้ ก็ให้คิดว่า สัพเพ สังขารา อนิจจา, สัพเพ สังขารา ทุกขา, สัพเพ ธัมมา อนัตตา จะใช้เป็นคำบริกรรมให้ติดจิตติดใจไปเลยก็ได้ ศึกษาให้เข้าใจความหมาย เพราะนี่คือ บทธรรมที่จะทำให้บรรลุธรรมชั้นสูง
.
เมื่อคิดวนเวียนกลับไปกลับมาทั้งวันทั้งคืน ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จิตจะค่อย ๆ เกิดความคิดที่ละเอียดแยบคายและซึมซับในบทธรรมดังกล่าว ความคิดจะค่อย ๆ แตกแขนงออกไปเองตามจริตนิสัยของแต่ละคน ใจจะเริ่มมองเห็นไตรลักษณ์ปรากฏที่ใจ หากมีสิ่งใดมาสัมผัสใจ แล้วทำให้ใจคิดปรุงแต่งเป็นทุกข์ ใจจะพิจารณาสิ่งนั้นลงสู่กฏแห่งไตรลักษณ์นี้ทันที
.
ให้สอนใจว่า ทุกสรรพสิ่งไม่เที่ยง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันเป็นทุกข์เพราะมันจะต้องแตกต้องพัง จะเอาใจไปยึดถืออะไรไว้ไม่ได้เลย พอตายแล้วก็ไม่มีอะไรเป็นของเราสักชิ้นสักอัน ถึงเราไม่ยอมจากมันไป แต่มันก็ต้องจากเราไปอยู่ดี เพราะทุกสรรพสิ่งต้องแตกต้องพังทั้งนั้น ทั้งตัวเขาตัวเรา ไม่มีสิ่งใดไม่แตกไม่พัง อันนี้คือหมัดเด็ด ที่จะฆ่ากิเลสที่เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งมวลให้สิ้นซากจากใจได้
.
ทำใจให้เป็นสักแต่ว่ารู้ สักแต่ว่าเห็น แม้ยังทำไม่ได้ ก็พยายามฝึกจิตสอนใจไว้อย่างนี้ ทำทุกครั้งที่เกิดอารมณ์มากระทบแล้วใจหวั่นไหว สอนใจให้รู้ว่าอารมณ์เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ใจคือผู้รู้ ไม่ได้เกิด ไม่ได้ดับ อย่าปล่อยใจให้หลงไปตามอารมณ์