ReadyPlanet.com
dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 11 คน
dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


บทนำ

Doisaengdham Radio
รับฟังได้ทั่วโลก ผ่านมือถือทั้งระบบ iOS และ Android




WEBMASTER TALK
๑๙ เมษายน ๒๕๖๔

................

กรณีอดีตพระที่ออกจากคุกกลับมาห่มจีวรครองสมณเพศเอาเอง มีคำถามเข้ามาว่า มันถูกต้องตามพระธรรมวินัยหรือไม่?
.
ในเมื่อคดียักยอกทรัพย์เป็นคดีอาญา ศาลชั้นต้นก็ลงโทษจำคุกคนละ 2-3 ปี แต่มีให้รอลงอาญา ส่วนศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาบางคดีให้ยืนตามศาลชั้นต้น บางคดีมียกฟ้อง แต่บางคดีก็เพิ่มโทษความผิดให้หนักขึ้น ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมายกับการกระทำของสงฆ์วัดดังกล่าว
.
มีอดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินคนหนึ่ง พิมพ์กระดาษ ๒ แผ่นออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า อดีตพระที่ถูกขังในคุกไม่มีความผิด เพียงแต่ถูกบังคับให้สละสมณเพศ แต่ไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขาโดยสมัครใจ จึงกลับมาห่มจีวรครองสมณเพศได้ตามเดิม แถมมาบิดเบือนสาระสำคัญในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์อีกด้วย เรียกว่า เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว
.
มาตีความบิดเบือนคำว่า “สมณเพศ” ว่า “หมายถึง เครื่องนุ่งห่มผ้าไตรจีวรที่แสดงออกถึงความเป็นพระภิกษุ” ดังนั้น การถูกบังคับให้สละสมณเพศ จึงหมายถึง การถูกบังคับให้สละผ้าไตรจีวรเครื่องนุ่งห่มออกจากร่างกายของพระภิกษุรูปนั้น ๆ แต่ความเป็นพระภิกษุยังคงอยู่เหมือนเดิม เพราะมิได้มีการเปล่งวาจาลาสิกขาด้วยความสมัครใจ จึงกลับมาห่มจีวรได้อีก
.
เล่นตีความตามใจฉันแบบนี้ ทำเอาหลายคนงงไปตาม ๆ กัน ก็มีผู้ถามเข้ามาว่า ตีความแบบนี้ มันใช่หรือ? เราก็จะวินิจฉัยไว้ให้ฟังตรงนี้ โดยพิเคราะห์ตามพระธรรมวินัยเป็นบรรทัดฐาน
.
ถ้าการสละสมณเพศ ถือเป็นเพียงการสละผ้าไตรจีวรออกจากร่างกายของพระภิกษุตามที่นายคนนั้นกล่าว โดยยังถือว่า ผู้นั้นยังครองสมณเพศอยู่เหมือนเดิม แม้จะแต่งกายเป็นคฤหัสถ์ถูกขังอยู่ในคุกเป็นเวลานานปีก็ตาม เมื่อออกจากคุกได้ ก็มาเปลี่ยนเสื้อกางเกง นุ่งห่มสบงจีวรแทน ก็ได้ชื่อว่า เป็นสมณเพศแล้ว มีสถานะเป็นเหมือนพระภิกษุปกติที่ไม่เคยต้องโทษถึงขั้นติดคุก
.
นี่! สงฆ์วัดนี้จะไม่คำนึงถึงสาเหตุเลยหรือ ว่า พระเหล่านั้นถูกศาลตัดสินให้จำคุก แม้จะรอลงอาญาก็ตาม แต่มันก็คือได้กระทำความผิดสำเร็จไปแล้ว จะบอกว่าพระเหล่านั้นไม่ได้กระทำความผิดอะไรเลยหรือ? และจะไม่สนใจเลยหรือว่า ความผิดนั้น จะเป็นอาบัติหนักเบาประการใด? คงเป็นสงฆ์ประหลาดแล้วเน้อ!!
.
ถ้าการสละสมณเพศเป็นเพียงแค่การถอดผ้าไตรจีวรออกจากตัวพระภิกษุ ถ้าไม่ได้กล่าวคำลาสิกขา ก็ยังถือว่าเป็นพระภิกษุปกติอยู่ ถึงแม้จะแต่งกายเป็นคฤหัสถ์อยู่นานปีก็ตาม ไม่ต้องสืบสวนสอบสวนเลยหรือว่า ได้กระทำผิดพระวินัยร้ายแรงข้อไหนบ้าง จึงเป็นเหตุให้ถูกบังคับให้สละสมณเพศ
.
ก็โต ๆ กันแล้ว ไม่ใช่เด็กอมหัวแม่เท้า เอ๊ย! ไม่ใช่เด็กอมมือ (อุเหม่ ๆ พูดผิด) ก็อยู่ในคุกมันไม่สามารถประพฤติวัตรปฏิบัติของพระภิกษุได้สมบูรณ์ตามพระธรรมวินัยแน่นอนอยู่แล้ว การสละสมณเพศ ไม่ใช่แค่สละเครื่องนุ่งห่ม แต่มันมีการกระทำความผิดรวมอยู่ในนั้นด้วย อย่าแถให้มากความไปนักเลย
.
ถ้าหากการถอดเพียงผ้าไตรจีวรออก ถือเป็นการสละสมณเพศได้ หากมีใครสักคนอุตริเอาผ้าไตรจีวรมานุ่งห่มสวมใส่บนร่างกาย ก็ต้องถือว่า ผู้นั้นเป็นสมณเพศแล้วสินะ! ใช่ไหม? โดยไม่ต้องเข้าทำพิธีอุปสมบทกรรมใด ๆ ในโบสถ์ จะเล่นกันแบบนี้เลยหรือ?
.
ถ้าทำกันมั่วซั่วอย่างนี้ เห็นทีว่า ต่อไปพระธรรมวินัยคงถูกพวกอลัชชีเหยียบย่ำทำลายแหลกละเอียดจนไม่เหลือซากอย่างแน่นอน
.
สงฆ์ที่ดีต้องตรวจสอบกันเองให้สงฆ์ตั้งอยู่ในศีลเสมอกัน มีสัมมาทิฏฐิ มีวัตรปฏิบัติอันเดียวกัน จึงจะจรรโลงศาสนาไว้ได้ สงฆ์ที่ดีจะไม่มีวันยอมรับอลัชชีเข้าหมู่เข้าพวกทั้ง ๆ ที่รู้อย่างแน่นอน
.
ผ้าไตรจีวร ๓ ผืน ผ้าประคดเอว บาตร มีดโกน เข็มเย็บผ้า เครื่องกรองน้ำ ๘ อย่างนี้ เขาเรียกว่า สมณบริขาร (ว้อย!) ไม่ใช่สมณเพศ ไอ้บักหำน้อย!! ถ้าไม่รู้ก็จงรู้เอาไว้เสีย
.
ส่วนสมณเพศ นั้น หมายถึง พระภิกษุในพระพุทธศาสนาที่ผ่านการบรรพชาอุปสมบทมาอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ เป็นผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม มีความสงบเสงี่ยมสำรวมน่าเลื่อมใส ดำรงตนอยู่ในสัมมาปฏิบัติ มีศีลและวัตรเสมอกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
.
ไม่ใช่อลัชชีที่เพิ่งออกจากคุก แล้วเอาผ้าไตรจีวรมาห่มเอาเอง อปโลกน์ตัวเองเป็นสมณเพศ ไม่ใช่อย่างนั้น!!
.
สำหรับการให้สละสมณเพศ คือการให้สละเพศพระภิกษุไปเป็นคฤหัสถ์ ก็คือ การถูกบังคับให้สึกจากการเป็นพระภิกษุ เนื่องด้วยมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม อาจต้องอาบัติหนักแล้วไม่ยอมรับทั้งที่มีหลักฐานชี้ชัด หรือกระทำการอันเป็นโลกวัชชะที่น่ารังเกียจอยู่เนืองนิตย์ หรือเป็นเพราะต้องคดีอาญาถูกศาลสั่งจำคุก
.
ธรรมดาของพวกอลัชชีจะไม่สามารถใช้พระธรรมวินัยธรรมดา ๆ มาเป็นเครื่องตัดสินพฤติกรรมได้ เพราะคนพวกนี้ไม่มีหิริโอตตัปปะ ไม่มียางอาย พระธรรมวินัยจะใช้ได้ก็แต่เฉพาะกับผู้มีหิริโอตตัปปะเท่านั้น
.
เพราะเหตุนั้น จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายบังคับเอาด้วยพยานหลักฐาน คือถ้าไม่มีพยานหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนาแล้ว คนเหล่านี้ไม่มีใครยอมรับผิด เมื่อถูกบังคับให้สละสมณเพศแล้ว แม้ไม่ได้กล่าวคำลาสิกขาก็ไม่มีปัญหา ถือว่าความเป็นสมณเพศได้ขาดไปแล้วโดยปริยาย ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การถอดผ้าไตรจีวรออก อย่างที่พยายามตีความบิดเบือน
.
ส่วนพฤติกรรมความผิดจะเข้าข่ายเป็นอาบัติปาราชิกหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องไปพิสูจน์กันว่า การกระทำความผิดนั้น ครบองค์ประกอบของอาบัติปาราชิกหรือไม่?
.
อันนี้ต้องเป็นหน้าที่ของมหาเถรสมาคมที่ต้องประชุมเพื่อพิจารณาตัดสินตามพระธรรมวินัยแล้วสั่งการลงไป จะปล่อยให้เจ้าคณะ พระสังฆาธิการพิจารณากันเองตามบุญตามกรรมไม่ได้
.
ถ้าเป็นปาราชิก ก็บวชอีกไม่ได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าความผิดไม่ร้ายแรงถึงขั้นปาราชิก ก็กลับมาขอบรรพชาอุปสมบทได้ใหม่ โดยต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัยให้ถูกต้องตามที่มีพระบรมพุทธานุญาตให้ไว้ จึงจะได้ชื่อว่า เป็นสมณเพศอย่างถูกต้องแท้จริง
.
ไม่ใช่เพียงแค่การเอาผ้าไตรจีวรมานุ่งห่มเอาเอง แล้วก็มาทึกทักกันเอาเองว่า ได้เป็นสมณเพศแล้ว หากปล่อยให้กระทำการเช่นนั้นได้ตามใจชอบ แล้วพระธรรมวินัยจะดำรงอยู่ได้อย่างไร?
.
ส่วนการลาสิกขานั้น ใช้กับการสึกตามปกติ ที่เปล่งวาจาสึกด้วยเจตนาที่จะลาสมณเพศไปเป็นคฤหัสถ์
.
การถูกบังคับให้สละสมณเพศนั้น ใช้กับกรณีที่ทำความผิดที่เป็นอาบัติหนักแล้วไม่ยอมรับผิด แต่จำนนด้วยหลักฐาน หรือต้องคดีอาญาถึงขั้นติดคุก แต่ยังดื้อด้านที่จะครองสมณเพศอยู่ จึงต้องบังคับให้สละสมณเพศ ไม่ใช่แค่การสละผ้าไตรจีวรเครื่องนุ่งห่มเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องมีการกระทำผิดอันเป็นเหตุให้ต้องสละสมณเพศนั้นรวมอยู่ด้วย
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดในข้อหาลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ด้วยเจตนา หากทรัพย์มีมูลค่าตั้งแต่ ๕ มาสกขึ้นไป ทันทีที่ทรัพย์นั้นเคลื่อนจากที่ ภิกษุนั้นก็เป็นอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุไปแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลที่ไหนมีคำสั่งแต่ประการใด
.
(ทรัพย์ ๕ มาสกมีมูลค่าเท่ากับทองคำน้ำหนัก ๒๐ เมล็ดข้าวเปลือก = ๐.๕๔ กรัม ทองคำหนัก ๑ บาท มีน้ำหนัก = ๑๕.๑๖ กรัม เทียบกับราคาทองคำจริงในปัจจุบันหนัก ๑ บาท ลองคิดเอาเองว่า ๕ มาสก = เงินเท่าไหร่ มูลค่าตั้งแต่เท่านั้นไปก็เป็นอาบัติปาราชิก)
.
เรื่องคดีทางศาลเป็นเรื่องของกฎหมายทางโลก ศาลก็พิพากษาไปตามตัวบทกฎหมายซึ่งสามารถนำไปประกอบการพิจารณาโทษทางพระวินัยได้ แต่ตัวชี้ขาดตัดสินคือพระธรรมวินัย ไม่ใช่คำพิพากษาของศาล
.
และศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปแล้วว่ามีความผิดจริง ถึงแม้จะมีการรอลงอาญา ก็เพียงแค่รอการลงโทษ มิใช่ไม่มีความผิดอย่างที่กล่าวอ้าง ส่วนศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่มีบางคดีที่ยกฟ้อง แต่คดีเงินทอนนี้ ไม่รู้ว่าจะมีฎีกาไหม ต้องไปถามคนที่รับผิดชอบ
.
ดังนั้น ถ้าศาลชั้นต้นตัดสินว่ามีความผิดถึงขั้นจำคุก ในทางพระวินัยมันก็เท่ากับผิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ต้องรอให้ศาลที่ไหนมาตัดสินอีกก็ได้ มันเป็นปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุไปแล้ว
.
เรื่องนี้คงต้องดูว่า มหาเถรสมาคมจะวินิจฉัยคดีเป็นอย่างไร? จะปกป้องอลัชชี หรือจะปกป้องพระธรรมวินัย จะยอมให้อลัชชีกลับมาห่มจีวรครองสมณเพศกันอย่างง่าย ๆ ตามที่สงฆ์วัดหนึ่งอปโลกน์กันขึ้นเองตามใจชอบ
.
หรือมหาเถรสมาคมจะดำรงพระธรรมวินัยไว้ให้เป็นเนติแบบอย่างที่ดี ควรแก่กุลบุตรผู้มาสุดท้ายภายหลังจะได้ยึดถือนำไปปฏิบัติกันต่อไป
.
งานนี้คงได้รู้กัน!! พวกเราชาวพุทธ จงอย่าได้กระพริบตา!!
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๔ .

ป.ล. พูดจริง ชัดเจน แม่นยำ ตรงไปตรงมา ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ประโยชน์ก็กดแชร์ ถ้าจะคอมเมนท์ ให้ใช้วาจาสุภาพ และติชมอย่างสร้างสรรค์

.

https://www.facebook.com/doisaengdham

 

(อ่านบทความเพิ่มเติม)

   

 
 
 

  

 

ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมจากโลก
วันที่ 16/12/2020   11:57:12

ศาสนาพุทธจะไม่มีวันเสื่อมไปจากโลกไม่ว่ากาลไหนๆ เพราะศาสนาพุทธคือคำสอนที่เป็นสัจธรรม อันเป็นความเป็นจริงที่มีอยู่คู่โลกมาตลอดกาล ไม่ว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติตรัสรู้หรือไม่ก็ตาม ศาสนาพุทธก็ไม่มีวันเสื่อมไปจากโลก เป็นเพียงแต่ หากยุคสมัยใดที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติตรัสรู้ธรรม ก็จะไม่มีผู้ค้นพบความจริงอันนี้ แล้วนำมาตีแผ่ประกาศธรรมสอนโลกเท่านั้นเอง

ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
วันที่ 30/12/2020   22:50:58

อันที่จริงพวกเราก็รู้กันอยู่อย่างเต็มหัวอกแล้วว่า "พ่อแม่ครูอาจารย์" ท่านบรรลุธรรมสิ้นกิเลส เสร็จกิจในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่อายุ ๓๖ พรรษาที่ ๑๖ ตรงกับวันจันทร์ที่  ๑๕  พฤษภาคม ปี พ.ศ. ๒๔๙๓  เวลา ๒๓.๐๐ น. เป็นคืนเดือนดับ  แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล ที่วัดดอยธรรมเจดีย์  จังหวัดสกลนคร  เหตุที่รู้ มิใช่เพราะพวกเรามีญาณหยั่งรู้จิตของท่าน หรือเพราะได้ยินได้ฟังจากคำบอกเล่าของใครคนใดคนหนึ่ง แล้วเชื่อถือสืบต่อกันมา

ภาพในหลวงช่วงปี 2503 (1960) โดยช่างภาพต่างชาติ
วันที่ 16/12/2020   12:01:58

 รูปภาพทั้งหมดที่นำมาให้ชมนี้เป็นการถ่ายโดยช่างภาพชาวต่างชาติ  ถือว่าเป็นขุมทรัพย์ภาพของในหลวงที่ถ่ายในช่วง พ.ศ. 2503 หรือปี 1960 ซึ่งถ่ายตีพิมพ์ลงบนนิตยสาร LIFE ฉบับวันที่ 20 มิถุนายน 2503



โครงการฝึกอบรม "นักเรียนคุณธรรมดีเด่น" รุ่นที่ ๑/๒๕๖๒
  2019-06-01

ขอประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๓

หลักเขตวิสุงคามสีมา

กำหนดการพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต
  2018-10-22

 ขอเชิญร่วมงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต ฉลองสมโภชอุโบสถ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน ในวันที่ ๘-๙-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ดังกำหนดการที่ลงไว้นี้



พิธีปักหมายเขตวิสุงคามสีมา ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖
  2013-08-09

วันนี้ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของวัดเราที่ต้องจารึกไว้ เราจัดงานแบบเงียบๆเป็นการภายใน โดยเรียนเชิญท่านนายอำเภอแม่อาย



สรุปผลการตัดสินการประกวดเล่านิทาน ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖
  2013-04-08

ประกาศผลการตัดสินของคณะกรรมการ ในการแข่งขัน ประกวดเล่านิทานธรรมชาดก ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖ ชิงโล่พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์



ประมวลภาพ พิธีปิดการแข่งขัน และมอบโล่พระราชทาน การประกวดเล่านิทาน ครั้งที่ ๘
  2013-04-08

ชมภาพบรรยากาศ การประกาศผลตัดสิน และมอบโล่พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์



ประมวลภาพพิธีเปิดโครงการประกวดเล่านิทานธรรมชาดก ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖
  2013-04-08

ชมบรรยากาศพิธีเปิดการแข่งขัน และการฟ้อนพื้นเมืองอันเป็นวัฒนธรรมล้านนา จากคณะนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖



บริษัทกุลธรเคอร์บี้ ถวายผ้าป่าสร้างแทงค์เก็บน้ำฝน ให้กับวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
  2012-09-12

บริษัทกุลธรเคอร์บี้มหาชน โดย คุณสุรพร สิมะกุลธร และคณะผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันทอดผ้าปาสร้างถ้งเก็บน้ำคอนกรีต ขนาด



ประวัติหลวงตา-ด้วยจิตสำนึกในพระคุณของพ่อแม่ครูอาจารย์
  2011-09-16

ฝึกตนเองดีแล้ว จึงฝึกผู้อื่นชื่อว่า ทำตามพระพุทธเจ้า หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ถือเป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา เป็นผู้มีคุณูปการต่อ



พิธีอัญเชิญ "พระพุทธรัชมหามงคลธรรมบดี"
  2011-07-19

๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ พิธีอัญเชิญ "พระพุทธรัชมหามงคลธรรมบดี" พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก ๖๙ นิ้ว



สมเด็จฯประทานพระบรมสารีริกธาตุ
  2011-09-26

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 9 องค์



ประมวลภาพการแข่งขันประกวดเล่านิทาน ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๗ กุมภาพันธ์
  2013-04-08

ชมภาพบรรยากาศการแข่งขัน ประกวดเล่านิทานธรรมชาดก ครั้งที่ ๘ ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖



"พระพุทธรัชมหามงคลธรรมบดี" ปิดทองเสร็จแล้ว
  2011-07-19

ถ้าจะนับเวลาตั้งแต่เริ่มเททองหล่อพระประธาน ที่จะประดิษฐานในอุโบสถวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน...



81 เรื่องของ “ในหลวง” ที่คนไทยควรรู้
  2011-07-19

ตลอดเวลา 60 ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ “ในหลวง” ของปวงชนชาวไทยทรงครองสิริราชสมบัตินั้น พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกาย...



ที่สุดแห่งสุวรรณภูมิ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
  2011-09-26

28 กันยายน 2549 การเปิดน่านฟ้าใหม่ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ถือเป็นหน้าหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งสนามบินแห่งนี้ถือเป็นสนามบินที่ทันสมัยที่สุด



“หลวงตามหาบัว” ผิดหวัง “นายกทักษิณ” เสียใจเคยอุ้มชู คิดว่ารวยแล้วจะไม่โกงไม่รีดไม่ไถ
  2011-09-16

 “หลวงตามหาบัว” ผิดหวัง “ทักษิณ” อย่างรุนแรง ยอมรับเสียใจที่เคยอุ้มชูเพราะเห็นว่ารวยแล้วคงไม่โกง หวังจะให้มาช่วย

 


หลวงตาบัวสั่ง "ทักษิณ" ลาออกทันที
  2011-09-16

 หลวงตามหาบัว ขอบิณฑบาตให้ “ทักษิณ” ลาออกทันที ระบุเน่าเฟะจนเหลือแต่ลมหายใจแล้ว จะดีดดิ้นไปหาอะไร



เอาคนหน้าด้านนี้หรือมาเป็นนายก เทศน์อบรมฆราวาส ๒๔ มี.ค.๒๕๔๙
  2012-08-28

วันนี้ตามข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ทั้งทีวีบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะมาที่จ.ว.อุดรธานี เพื่อมาหาเสียงให้พรรคไทยรักไทยและตัวเองด้วย



“หลวงตาบัว” ให้สติ อย่าเห็นแก่เงินเกินกว่าชาติ-ศาสน์-กษัตริย์
  2015-08-05

  “หลวงตามหาบัว” เทศนาย้ำคิดผิดที่เคยสนับสนุน “ทักษิณ” เป็นนายกฯ เพราะไม่ได้ดูจิตใจว่าเป็นคนอย่างไร ดูแต่ฐานะการเงินหวังให้มาช่วยชาติ



หลวงตาเตือนทักษิณเป็นครั้งสุดท้ายระวังจะจม!!!
  2015-08-05

 วันนี้ (17 พ.ค. 2549) พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด ในเรื่อง “จะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย”