คนที่ไม่มีเวลาตัวจริง!!
.
ใครที่รู้ตัวว่า กิเลสยังหนาอยู่ ก็ตั้งใจเข้าวัดปฏิบัติธรรม สวดมนต์ภาวนา ฟังเทศน์ฟังธรรม อาศัยครูบาอาจารย์คอยชี้นำพร่ำสอน
.
ส่วนใครที่คิดว่า มีกิเลสเบาบางแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปวัดก็ได้ นอนเสพสุขอยู่ที่บ้าน อยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน อยู่ดีกินอร่อยไปเรื่อย ๆ
.
คนเราก็อยู่เพื่อรอวันตายในวันหนึ่งเท่านั้น และทุกคนก็ต้องตายอยู่ในปัจจุบัน คือตายวันนี้ ไม่มีใครจะไปตายในวันพรุ่งนี้
.
ถ้าวันนี้ไม่ตาย ก็ถือว่าโชคดีที่จะได้เห็นวันพรุ่งนี้เลื่อนมาเป็นวันนี้อีกครั้ง ถ้าวันนี้เกิดตายไปเสียก่อน ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นวันพรุ่งนี้อีกเลย
.
อย่าให้กิเลสมันหลอกว่า จะไปตายตอนแก่อายุ ๘๐ ๙๐ ปี รอให้แก่จนหลังคดหลังโก่ง ผมหงอก แก้มตอบ ฟันหัก หนังเหี่ยว แล้วถึงจะตาย ไม่ใช่เลย ต้องถามพระยามัจจุราชดูก่อนว่า จะยอมให้มีชีวิตเล็ดรอดผ่านวันนี้ไปได้ไหม
.
วันนี้ก็คือ ขณะปัจจุบันที่ยังมีลมหายใจอยู่นี่เอง ถ้ายังหายใจอยู่ตราบใด ก็ยังมีวันนี้อยู่ ถ้าลมหายใจดับลงเมื่อไร วันนี้ก็ดับไป พรุ่งนี้ก็ไม่มีอีกตลอดกาล
.
กลายเป็นคนตายเรียกว่า ศพ ไปในทันที และโปรดทราบว่า คนตายไม่มีเวลาทำอะไรได้อีกแล้ว เวลามีแต่เฉพาะคนเป็น ๆ เท่านั้น! คนเป็นมีเวลาทำอะไรได้ทุกอย่าง จะทำดีก็ทำได้ จะทำชั่วก็ทำได้
.
ทรัพย์สมบัติเงินทองที่หามาได้เท่าไร ก็เพื่อเอามาเลี้ยงดูร่างกายให้มันตายช้าไปหน่อยเท่านั้น จะเลี้ยงมันดีแค่ไหน มันก็ตายอยู่ดี ตายแล้วก็ทิ้งทรัพย์สมบัติไปทั้งหมด ไม่มีใครจะเอาทรัพย์อันใดไปกินชาติหน้าได้
.
ผู้ฉลาดย่อมเก็บทรัพย์ไว้เพื่อเลี้ยงชีพบ้าง ตามสมควรแก่ฐานะ เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลเป็นอริยทรัพย์บ้าง ทรัพย์นั้นจึงชื่อว่า เป็นของตัวเองแท้
.
ส่วนทรัพย์อันใดที่เก็บรักษาหวงแหนเอาไว้ ไม่ใช้ทำประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น พอตายแล้วทรัพย์นั้นก็ตกเป็นของคนอื่นหมดทั้งสิ้น
.
คนฉลาดก็เร่งสร้างบุญกุศลคุณงามความดี มีให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นต้น ส่วนผู้โง่เขลาก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บสั่งสมทรัพย์เอาไว้ ด้วยสำคัญผิดว่า ตัวเองเป็นเจ้าของทรัพย์ แต่แล้วก็ต้องทิ้งทรัพย์นั้นไปในลมหายใจเฮือกสุดท้าย
.
ไม่มีทรัพย์ใดจะติดตามคนตายไปชาติหน้าได้ ตายแล้วจิตก็กลายเป็นจิตเร่ร่อนอนาถา ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานด้วยไฟบาปแผดเผา เพราะความดีไม่ได้ทำเอาไว้ ทานก็ไม่มี ศีลก็ไม่มี สมาธิก็ไม่มี ปัญญาก็ไม่มี
.
คุณเครื่องอันเป็นเหตุให้ได้ไปสู่สุคติไม่มีเลย ตายแล้วก็ไปสู่ทุคติอบายภูมิสถานเดียว คนจะไปสวรรค์ได้ก็ต้องมีศีล จะไปพรหมโลกก็ต้องมีสมาธิ จะไปพระนิพพานก็ต้องมีปัญญาชำระกิเลสให้หมดสิ้นจากใจได้ คนที่ไม่มีศีล ไม่มีสมาธิ ไม่มีปัญญา ตายแล้วก็ไปอบาย
.
ดังนั้น ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ ก็ยังมีเวลาที่จะทำอะไรได้ทุกอย่าง อะไรไม่มีก็รีบทำให้มีเสีย อย่ามัวผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าความตายมาตัดรอนเสียก่อน ก็เป็นอันหมดเวลา เพราะเวลาไม่มีสำหรับคนตาย
.
นั่นแหละ คนที่ไม่มีเวลาตัวจริง คือ คนตายนั่นเอง ส่วนคนเป็นย่อมมีเวลาตลอดไป เพียงแต่ใครจะรู้จักใช้เวลาที่มีอยู่ ทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อตัวเองได้มากน้อยกว่ากัน
.
ธรรมท่านสอนว่า มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวแล้วได้ทำความดี ก็ยังดีกว่ามีชีวิตอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี แต่หาความดีไม่ได้เลย
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๙
.