ReadyPlanet.com
dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 24 คน
dot
dot

dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


วิสาขบูชารำลึก ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖

 

 

วิสาขบูชารำลึก ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖

.
วันนี้ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ เป็นวันวิสาขบูชา ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีเถาะ ปักข์ถ้วน เป็นวันพระใหญ่ มีสวดปาติโมกข์ นับเป็นอุโบสถที่ ๖ ผ่านไปแล้ว ๕ อุโบสถ ยังเหลืออีก ๒ อุโบสถ ก็จะสิ้นสุดฤดูร้อนคิมหันตฤดู เพื่อเป็นการน้อมรำลึกนึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ก็จักหยิบยกเอาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ มาบรรยายให้ท่านทั้งหลายได้สดับ พอเป็นเครื่องปลอบประโลมใจ ให้เกิดความอาจหาญ ให้ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติ อันเป็นหนทางนำออกจากทุกข์ได้ต่อไป
.
พระคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมมีเป็นอเนกอนันต์สุดจะประมาณได้ แม้หากพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้แล้ว จักนั่งพรรณนาพระพุทธคุณไปจนถึงวันปรินิพพาน พระพุทธคุณนั้น ก็ยังมิอาจพรรณนาให้จบสิ้นได้ เห็นทีพระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปเสียก่อนเป็นแน่แท้
.
ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น จำเดิมแต่เมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ตั้งความปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้านั้น กว่าจะสร้างบารมีทั้ง ๓๐ ทัศ ให้เต็มเปี่ยมไพบูลย์ได้ ท่านอุปมาไว้ดังนี้ :-
.
“หากมีบุรุษใดที่จักอาจกล้าหาญเหยียบย่ำลงไปบนแผ่นดินที่ปูลาดด้วยถ่านเผาไฟแดง ๆ ด้วยเท้าอันเปล่าเปลือย เป็นระยะทางอันสุดแสนไกลที่บั้นปลายไม่ปรากฏ ด้วยดวงจิตอันเด็ดเดี่ยวหนักแน่น ไม่ย่อท้อต่อความทุกข์ยากลำบาก ไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อความตาย แม้จะตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่ภพกี่ชาติ จนแม้กระดูกจะกองเท่าภูเขา ก็จะขอเดินเหยียบย่ำลงไปบนถ่านเผาไฟแดง ๆ อย่างนี้ ด้วยใจที่ไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว ผู้เช่นนั้นแล!! จึงจักสามารถสร้างบารมีปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้าได้สำเร็จ"
.
ยกพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะเป็นเหตุ กาลอันเป็นส่วนมโนปณิธาน เพียงลำพังแค่คิดอยู่ภายในใจ ว่า "ขอปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้าโน้น" ทำความปรารถนาไว้ในใจเช่นนี้ ก็ยังต้องท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสาร อยู่ถึง ๗ อสงไขยกัปป์ (กัปป์นับไม่ได้ ๗ ครั้ง) เพื่อสร้างบารมีชั้นต้นให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์
.
จากนั้น เข้าสู่กาลอันเป็นส่วนวจีปณิธาน เปล่งวาจา ว่า "จะขอเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้า" แล้วท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดไปอีก ๙ อสงไขยกัปป์ เพื่อสร้างบารมีชั้นกลางให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ถ้ายังไม่ท้อถอยความเพียร หรือลาพุทธภูมิไปเสียก่อน ก็จักได้รับพุทธพยากรณ์ในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
.
เมื่อได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว จักมีบารมีแก่กล้าเข้าสู่ขั้นปรมัตถบารมี อันเป็นบารมีขั้นอุกฤษฏ์ เที่ยงที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องทำความเพียรต่อสู้กับกิเลสอย่างอุกฤษฎ์ คือ ยอมสละบุตร ภรรยา แม้เลือด เนื้อ และ ชีวิต เพื่อทำความปรารถนาพระโพธิญาณอย่างเดียวเท่านั้น แม้กระนั้นแล้ว ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดเพื่อสร้างสมพระบารมีท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสารอีก ๔ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ บารมีจึงเต็มเปี่ยมบริบูรณ์
.
รวมเบ็ดเสร็จพระปัญญาธิกะ ต้องสร้างบารมีทั้งสิ้น ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ พระศรัทธาธิกะ ต้องสร้างบารมีทั้งสิ้น ๔๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ และ พระวิริยาธิกะ ต้องสร้างบารมีทั้งสิ้น ๘๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปป์ นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเหลือเกินกว่าที่แต่ละพระองค์จะทรงสร้างบารมีสำเร็จจนเต็มเปี่ยม
.
ควรที่จะมาอุบัติตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก มาประกาศธรรมสอนโลก ให้พวกเราท่านทั้งหลายได้สดับพระธรรมเทศนา อันเป็นข้อปฏิบัติที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทาอันเป็นทางสายกลางประกอบด้วยมรรคมีองค์ ๘ ที่ย่นย่อลงแล้วก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง
.
พวกเราที่เป็นภูมิสาวก เพียงสร้างบารมีแค่เศษเสี้ยวของพระพุทธองค์ คือ หนึ่งแสนมหากัปป์เท่านั้น ก็สามารถบรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันตสาวกเข้าสู่พระนิพพานได้แล้ว แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เพราะการที่พระองค์ ทรงทำความปรารถนาจะรื้อขนสัตว์ให้ก้าวพ้นจากทุกข์ไปด้วยกัน พระองค์ต้องยอมอดทนต่อความทุกข์ยากลำบากเพื่อสร้างสมพระบารมีให้เต็มเปี่ยม ต้องทนทุกข์ทรมานในการเวียนว่ายตายเกิดไปอีก ๒๐ อสงไขยกัปป์ มากกว่าพวกเราอย่างเทียบกันไม่ได้เลย
.
แล้วจะมีผู้ใดใครเล่า จะสามารถพรรณนาคุณงามความดีของพระองค์ที่เรียกว่า พุทธคุณ ที่ทรงบำเพ็ญเพียรมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ๒๐ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์นั้น มาตีแผ่ให้พวกเราได้เรียนรู้จนหมดสิ้นได้ทุกอย่างในระยะเวลาเพียงชั่วอายุคนคือ อย่างมากไม่เกิน ๑๒๐ ปี แม้พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์มาอุบัติตรัสรู้ต่อ ๆ กันไป แล้วนั่งพรรณนาพระพุทธคุณไปเรื่อย ๆ ก็ยังพรรณนาพุทธคุณได้ไม่จบไม่สิ้น ด้วยเหตุสุดวิสัยว่า อายุขัยจักพลันหมดสิ้นลงไปเสียก่อนนั่นเอง
.
ดังนั้น ในวาระอันเป็นมหามงคลที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบอีกครั้งในปีนี้ จึงควรที่พวกเราชาวพุทธ จักได้น้อมรำลึกนึกถึง พระคุณอันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ด้วยการน้อมนำเอาพระธรรมคำสอนมาประพฤติปฏิบัติ ดัดแปลงกาย วาจา ใจ ของตน ให้ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ในองค์อริยมรรคทั้ง ๘ ให้ได้ ด้วยการเจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา ถวายเป็นปฏิบัติบูชาตามควรแก่กำลังความสามารถของตน
.
ก็วันวิสาขบูชา นี้ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ผู้ทรงเป็นพระมหาบุรุษสุดประเสริฐ ผู้ดำรงในพระคุณอันล้ำเลิศ ๓ ประการ มีพระปัญญาคุณอันล้ำเลิศ พระบริสุทธิคุณอันหมดจดงดงาม พระมหากรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาล
.
เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ก็มิได้ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ตามลำพังพระองค์เอง อาศัยความกรุณาเอ็นดูในหมู่สัตว์ ทรงเสด็จจาริกไปในคามนิคมน้อยใหญ่ เพื่อทรงแสดงธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้ได้ฟังธรรมและปฏิบัติตาม ทั้งไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลาง และไพเราะในบั้นปลาย เป็นเหตุให้พวกเราได้มีข้อปฏิบัติดำเนินไปตาม ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ก็จะสามารถละความเห็นผิดอันเป็นโทษทุจริต ให้สถิตตั้งมั่นในความเห็นชอบ อันเป็นคุณความดีงามที่จะนำไปสู่ความดับทุกข์ได้
.
วันวิสาขบูชา จึงถือเป็นวันสำคัญอันยิ่งใหญ่ของโลก ไม่มีวันสำคัญอื่นใดจะยิ่งไปกว่า เพราะวันวิสาขบูชา เป็นวันเดียวที่รวมเอาเหตุการณ์สำคัญของโลกไว้ถึงสามประการ อันยากยิ่งที่จะอุบัติบังเกิดกับมนุษย์ปุถุชนคนใดในโลก กล่าวคือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น และเป็นการประสานรวมธรรมขั้นสุดยอด ที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ตลอด ๔๕ พระพรรษา สรุปรวมลงในพระไตรลักษณ์ คือ "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา" อันเป็นธรรมาวุธที่ใช้ปราบกิเลสให้หมดสิ้นจากใจได้อย่างหมดจดงดงาม
.
โดยมีนัยดังนี้ คือ สัพเพ สังขารา อนิจจา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเกิดปรากฏเป็นเบื้องต้น นับแต่การประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะเป็นต้นไป สัพเพ สังขารา ทุกขา สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์คือ มีความเสื่อมสิ้นพิบัติแปรปรวนไปเป็นธรรมดาในท่ามกลางคือ นับจากวันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ๔๕ พระพรรษา ที่ทรงประกาศธรรมสอนโลก และจบลงด้วย สัพเพ ธัมมา อนัตตา ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตาคือ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ด้วยการที่พระพุทธองค์ทรงดับกิเลสภายในพระหฤทัยได้อย่างสิ้นเชิงเป็นสอุปาทิเสสนิพพาน และดับขันธปรินิพพาน ณ กรุงกุสินารา เป็นอนุปาทิเสสนิพพาน ได้แสดงให้เห็นถึงความที่สังขาร และวิสังขาร ทั้งหลายไม่ใช่ตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของผู้ใดเลย มีอันต้องแตกสลายดับไปในที่สุด แม้สรีระสังขารของพระองค์เอง ก็ไม่ปรากฏว่าจะอยู่นอกเหนือจากธรรมที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้วนี้ได้
.
ดังนั้น วันวิสาขบูชา นี้ จึงเป็นเหมือนการประมวลธรรมทั้งปวงที่พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมสั่งสอนไวไนยสัตว์ ให้เป็นนิมิตหมายแสดงให้เห็นถึงความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของทุกสรรพสัตว์ ไม่มียกเว้นแม้กระทั่งพระองค์เอง ที่ได้ประสูติในเบื้องต้น ตรัสรู้ในท่ามกลาง และปรินิพพานในบั้นปลาย ทั้งสามวาระมาปรากฏรวมอยู่ในวันวิสาขบูชา วันเดียวนี้ นับเป็นกาลอัศจรรย์ที่จักมีปรากฏในสามโลกธาตุเพียงครั้งเดียวเมื่อมีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ามาอุบัติตรัสรู้เท่านั้น
.
ก็ไตรลักษณ์อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นี้ ย่อมถือเป็นธรรมชั้นสูงสุดที่บุคคลใดหากบังเกิดดวงตาเห็นธรรม ผู้นั้นต้องเห็นไตรลักษณ์ จึงสามารถบรรลุธรรมก้าวข้ามโคตรแห่งปุถุชนกลายเป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ผู้ใดเห็นไตรลักษณ์ ผู้นั้น ก็ต้องได้เห็นพระนิพพาน อย่างไม่มีวันจะผันแปรเป็นอื่น มีคำถามสอดเข้ามาว่า แล้วทำไมพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงต้องมาประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในวันเดียวกันนี้ด้วยเล่า เป็นเพราะเหตุดังฤา?
.
คำตอบก็คือ ก็ด้วยพระพุทธบารมีอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงบำเพ็ญมาแล้วอย่างเต็มเปี่ยมไพบูลย์ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์นั่นแล จึงบันดาลให้เกิดปรากฎการณ์ อันเป็นคุณลักษณะเฉพาะของท่านผู้เป็นมหาบุรุษสุดประเสริฐ คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้ เท่านั้น หาได้ปรากฏเป็นสาธารณะ แก่สัตว์อื่น บุคคลอื่นใดไม่ ตลอดทั่วแดนไตรโลกธาตุ
.
วันวิสาขบูชา นี้ จึงเป็นนิมิตหมายแห่งธรรมทั้งปวง ที่พระพุทธองค์ทรงพร่ำสอนมาตลอด ๔๕ พระพรรษา ว่า "สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา" ทรงอาศัยพระพุทธสรีระนี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนักแน่น ในธรรมที่ทรงแสดงไว้แล้วนั้น ว่า "แม้พระองค์เองจะทรงไว้ซึ่งบุญญาบารมีที่สั่งสมมาแล้วอย่างยาวนาน แม้จะมีพระพุทธานุภาพที่ยิ่งใหญ่สักปานใด พระองค์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ให้อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์แห่งไตรลักษณ์ ที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้วนี้ได้เลย" นั่นคือ ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นแล้ว ต้องดับไปเท่านั้น ไม่มีเว้นแม้แต่พระสรีระของพระองค์เอง
.
เมื่อพระองค์ทรงประสูติ นั่นคือ กาลอันเป็นที่อุบัติขึ้นแห่งพระพุทธสรีระ เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้ คือ กาลอันเป็นที่อุบัติแห่งพระตถาคตเจ้า พร้อมทั้งการดับสิ้นไปของกิเลสกองทุกข์ทั้งปวง ที่เรียกว่า "สอุปาทิเสสนิพพาน" และเมื่อพระองค์ทรงปรินิพพาน คือ กาลอันเป็นที่ดับไปของพระตถาคตเจ้า เป็นการดับทั้งรูปขันธ์ คือ พระพุทธสรีระ และการดับนามขันธ์ทั้งปวง อันได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นการดับอย่างไม่เหลือเชื้อ ที่เรียกว่า "อนุปาทิเสสนิพพาน" อันสามโลกธาตุต้องสะเทือนสะท้านหวั่นไหว ในพระพุทธคุณอันยิ่งใหญ่แห่งพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ที่ได้ทรงดับขันธปรินิพพานจากโลกสมมตินี้ไปเป็นตลอดอนันตกาล
.
ดังนั้น ในวาระที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบ พวกเราชาวพุทธควรน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญแห่งวันวิสาขบูชา นั้น อย่าได้ปล่อยให้วันวิสาขบูชาล่วงเลยผ่านไปเปล่า ๆ จงตั้งจิตสำรวมใจน้อมนำเอาธรรมที่พระพุทธองค์ได้ทรงประทานไว้แล้วแก่พวกเราคือ มัชฌิมาปฏิปทา อันได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา นี้ มาปฏิบัติขัดเกลากิเลสที่ฝังจมอยู่ภายในใจให้เบาบางลงจนถึงหมดไปอย่างสิ้นเชิง จงอย่าได้ทำให้พระพุทธองค์ต้องทรงบำเพ็ญพระบารมีลำบากพระวรกายไปเปล่า ๆ กว่าที่จะได้ตรัสรู้ธรรมและนำธรรมมาสั่งสอนพวกเรานั้นเป็นการยากนักหนา แต่กลับไม่มีผู้ใดนำธรรมอันล้ำเลิศที่พระองค์ทรงประทานไว้แล้วนั้น มาประพฤติปฏิบัติให้เกิดสติปัญญารู้แจ้งธรรมตามรอยเสด็จของพระพุทธองค์สู่แดนพระนิพพานได้เลย
.
ธรรมทั้งปวงนั้น แม้จะทรงคุณค่ามากมายสักเพียงไหนก็ตาม แต่หากไม่มีผู้ใดสนใจนำธรรมมาประพฤติปฏิบัติ ธรรมนั้นก็เป็นเสมือนดังไร้ค่า การที่จะมีโอกาสได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้านั้น เป็นการยากนักหนา ควรที่จะถือเอาประโยชน์อันใดได้มากได้น้อยก็สมควรให้ได้ตามนิสัยวาสนาบารมีของตน อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นโมฆะบุรษสตรี เสียทีที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา แล้วถือเอาประโยชน์อันใดจากธรรมมิได้เลย ทั้ง ๆ ที่ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ เป็นธรรมอันล้ำเลิศที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานไว้แล้วแก่พวกเราชาวพุทธทุกคน
.
ดังนั้น จึงควรที่พวกเราชาวพุทธต้องตระหนักให้มากว่า ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีคุณค่ายิ่งนัก จงอย่าปล่อยให้ลมหายใจดับสลายไปก่อน โดยที่ไม่มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม รู้ธรรม เห็นธรรมใด ๆ เลย
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๖_๐๖

 

 

 

 


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด




สายธารธรรม โดย...เจ้าอาวาส

* ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
* บริขารพระป่าในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
* สุดรัก...สุดอาลัย... พ่อแม่ครูอาจารย์
* ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่อง หนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์
* พระประวัติย่อ สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
* ชมวีดีโอชิวิตที่วัดป่าบ้านตาด
* 100 ปี ชาตกาลองค์หลวงตา
* ชมวีดีโองานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
* ประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (ย่อ)
* ทำเนียบพระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่
* สมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน article
* คำพระอุปัชฌาย์สอนนาค
* สวดปาติโมกข์เมื่อ 30 พ.ค. 2546 ณ.วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
* สวดปาติโมกข์เมื่อ 1 มิ.ย. 2554 ณ.วัดพทธธัมมธโร สหรัฐอเมริกา
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต 29 มิถุนายน 2555
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มช. 9 ส.ค. 2556
* เทศน์ที่เวที คปท. ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๗
* เทศน์ที่วัชรธรรมสถาน ๒๕ เม.ย.๒๕๕๗
* เทศน์งานหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล 5 ก.พ.2561
* เทศน์งานหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต 8 มี.ค.2561
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป 12 มี.ค.2561
* เทศน์งานหลวงปู่ท่อน ญาณธโร 11 ส.ค.2561
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป 11 ก.พ.2562
* เทศน์งานวัดอโศการาม 17 มี.ค. 2562
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป 15 พ.ย. 2562
* เทศน์งานวัดเจริญสมณกิจ 16 ธ.ค. 2562
* เทศน์งานวัดป่าภูผาสูง 8 ม.ค. 2563
* เทศน์งานบำเพ็ญกุศลศพ พระปลัดอนุพุทธ 12 ม.ค. 2563
* เทศน์งานประชุมเพลิง พระปลัดอนุพุทธ 13 ม.ค. 2563
* เทศน์งานวัดเจดีย์หลวง 20 ม.ค. 2563
* เทศน์งานวัดป่าสุขใจ ชะอม 23 ส.ค. 2563
* เทศน์งานผูกพัทธสีมา วัดป่ากิ่วดู่ 27 ก.พ. 2564
* เทศน์อบรมที่ วัดสำปะซิว 26 ธ.ค. 2564
* เทศน์งานหลวงปู่ไม อินทสิริ วัดป่าเขาภูหลวง 27 ม.ค. 2566
* เทศน์ที่วัดป่าบ้านตาด 29 มกราคม 2566
* เทศน์อบรมมูลนิธิบ้านอารีย์ วันที่ 5 ก.พ. 2566
* เทศน์สวนแสงธรรม 26 ก.พ.2566
* เทศน์คอร์สอบรมปฏิบัติภาวนา ณ.วัชรธรรมสถานวันที่ 24-26 มี.ค. 2566
* เทศน์คอร์สอบรมปฏิบัติภาวนา ณ.วัชรธรรมสถานวันที่ 26-28 พ.ค 2566
* เทศน์อบรมมูลนิธิบ้านอารีย์ สายธรรมวันสว่าง วันที่ 18 มิ.ย. 2566
* เทศน์สวนแสงธรรม 29 มิ.ย. 2566
* พระธรรมเทศนา ณ.วัดเกาะทอง ในพิธีอุปสมบทประจำปี ๒๕๖๖ ณ.วันที่ ๒ ก.ค. ๖๖
* เทศน์วัดป่าศรัทธาถวาย เนื่องในงานแสดงมุฑิตาสักการะฯ วันที่ 6 สิงหาคม 2566
* เทศน์วัดเกาะทอง วันที่ 8 กันยายน 2566
* เทศน์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ตำหนักบางขุนพรหม 24 ตุลาคม 2566
* เทศน์วัดอโศการาม ณ.ศาลาหลวงพ่อทรงธรรม วันที่ 26 พฤศจิกายน 2566
* เทศนาธรรมที่มูลนิธิบ้านอารีย์วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567
* เทศนาธรรมที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต 24 มีนาคม 2567
* พระธรรมเทศนาคอร์สอบรมปฏิบัติธรรม ณ.วัชรธรรมสถาน 29-31 มีนาคม 2567
* พระธรรมเทศนาอบรมจิตภาวนาวัดเกาะทอง วันที่ 5 เมษายน 2567
* เทศน์วัดอโศการาม ณ.ศาลาหลวงพ่อทรงธรรม วันที่ 14 เมษายน 2567
* เทศน์ภาคปฏิบัติ ณ.วัดอโศการาม วันที่ 25 เมษายน 2567 เนื่องในวาระครบรอบปีที่ 63 ท่านพ่อลี ละสังขาร
*เทศนาธรรมคอร์สปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ในหลวง ร.10 ภาวนาสัญจร 4-6 พ.ค. 2567 ณ บ้านนางฟ้า เขาใหญ่
มาฆบูชารำลึก ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
อาสาฬหบูชารำลึก ๑ สิงหาคม ๒๕๖๖
แม่นี้มีคุณอันใหญ่หลวง
วันเข้าพรรษา
ชมภาพบรรยากาศพิธีอุปสมบท ณ.พัทธสีมา วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ทำใจให้มันเป็นสุข-EP1
ธรรม!!!เตือนสติสังคมไทย
การใช้ชีวิตแบบพอเพียง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
ดูท่าแล้วเก็บทรงไม่อยู่
มาเจริญศาสนาในใจกันดีกว่า
เรื่องของหัวหน้ากับลูกน้อง
โลกที่แท้จริงมีอยู่ในใจ
อย่าประมาทในชีวิตอันน้อยนิด
ทางสองแพร่ง
ทุกข์อันเกิดจากมิจฉาอาชีวะ
นักรบศิษย์พระตถาคต
สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องการลักทรัพย์
อเสวนา จ พาลานํ
พัฒนาสิ่งใหญ่ๆเริ่มได้จากพัฒนาตัวเอง
หากจะเปรียบธรรมะคือสินค้าพรีเมียมเกรดระดับโลก
ทำอย่างไรให้งามชาตินี้ ยันชาติหน้า ต่อไปชาติโน้น
เป็นห่วงชาติ
ถ้าโลกนี้มีแต่คนดี
คู่มือส่องพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
กฎธรรมชาติ
ไม่มีใครอยู่เหนือกรรม
ที่สุดแห่งความงาม
เลือกผู้แทนดีเท่ากับทำบุญใหญ่ให้ประเทศ
ศาสนกิจที่อินโดนีเซีย-EP.3
ศาสนกิจที่อินโดนีเซีย-EP.2
ภารกิจที่อินโดนีเซีย-EP.1
วิถีแห่งจิตในภาคปฎิบัติธรรม ตอน ๒
วิถีแห่งจิตในภาคปฎิบัติธรรม ตอน ๑
วันแห่งความรัก พ.ศ.2566
ทำดีอย่าติดดี
หากินแบบผิดศีลผิดธรรม
ตามหาพระอริยเจ้าในใจ
เป้าหมายสูงสุดคือพ้นทุกข์ข่ายเดียว
พระองค์ภา
โลกธรรม ๘ หมวดสรรเสริญ นินทา
เกิดเป็นคนต้องมีความกตัญญูกตเวที
เหตุแห่งการเกิดและตาย
อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน
ความจริงที่ยากจะมองเห็น
ทุกข์คือความจริงอันประเสริฐ
ปฏิบัติธรรมอย่างไร? ภายใต้ปัญหามากมาย



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล