ปีใหม่!! เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่าไปเพลิดเพลินยินดีกับมันมากเกินไป เฉลิมฉลองกันพอหอมปากหอมคอก็เอาล่ะ อย่าให้เดือดร้อนทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
.
โลกนี้ไม่มีสิ่งใดจะหยุดอยู่ที่เดิม อย่าไปยึดเหนี่ยวอะไรเอาไว้ มันจะสร้างทุกข์ใจโดยไม่จำเป็น แม้ชีวิตของคนเราก็ยังต้องก้าวเดินต่อไปในหนทางข้างหน้าที่มองไม่เห็น ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ เรายังต้องเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ ยังต้องต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามอีกมากมาย จงเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ที่จะมีทั้งสุขและทุกข์ตลอดปี ๒๕๖๙
.
อย่ามัวดีใจเสียใจอยู่กับปีเก่าปีใหม่ จะสุขจะทุกข์ก็ต้องปล่อยมันไป ก้าวเดินต่อไปด้วยความอาจหาญ แม้จะเดินช้าก็อย่าหยุดอยู่กับที่ และห้ามถอยหลังเด็ดขาด ก้าวข้ามมันไปให้ได้
.
อดีตผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป อนาคตยังมาไม่ถึงก็ไม่ต้องไปคาดไปหมาย จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างสุดฝีมือ เพื่อผลดีในอนาคต จะสุขจะทุกข์ก็ยอมรับตามกรรมของเรา เหยียบย่ำผ่านมันไป สู้ไม่ถอย ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นไป ชีวิตหยุดดิ้นก็สิ้นใจ
.
เรื่องราวในโลกมันก็มีทั้งดีและชั่ว มีทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งถูกและผิด มันเป็นของมันอย่างนี้ ผู้มีปัญญาก็เพียงแค่พิจารณารู้มันตามความเป็นจริง อะไรจะเกิดก็เกิดไป อะไรจะดับก็ดับไป อย่าให้ใจไปวิ่งไล่ตามมัน รู้แล้วก็ปล่อยวางเสีย อยู่เฉย ๆ อย่าเพิ่งไปยุ่งกับเรื่องของเขา ควรทำดีอย่างไรก็ทำของเราไป
.
ฝึกทำใจตัวเองให้ดีก่อน อย่าไปเอาเรื่องเกิด ๆ ดับ ๆ ที่อยู่นอกกายนอกใจ มาทำให้ใจขุ่นมัว พยายามรักษาใจตัวเองเอาไว้ให้ดีไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์ ฝึกทำใจให้คิดดี ทำดี พูดดี ให้สอดรับกับสถานการณ์นั้น ๆ อย่าสร้างเรื่องทุกข์ให้เกิดขึ้นที่ใจโดยไม่จำเป็น ด้วยการคิดไม่ดี ทำไม่ดี พูดไม่ดี นี่! เป็นเหตุทำให้ใจเป็นทุกข์
.
มันก็ทำได้ไม่ง่ายหรอก แต่ถึงยากก็จำเป็นต้องทำ ต้องฝึก ต้องฝืน ต้องทรมาน ต้องอดทน ไม่ฝึกไม่ฝืนไม่ได้ ฝึกไปเรื่อย ๆ ฝืนไปเรื่อย ๆ ถ้ามันจะคิดไม่ดี จะทำไม่ดี จะพูดไม่ดี ก็ดักตีมันเอาไว้ อย่ายอมให้มันทำ ถ้าตีมันได้ เรียกว่า มีสติปัญญา ฝึกทำแบบนี้บ่อย ๆ เดี๋ยวสติปัญญามันก็ค่อยดีขึ้นมาเอง
.
วิถีของการฝึกจิตมันต้องต่อสู้กับอารมณ์ที่มาทำให้จิตหวั่นไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หวั่นไหวไปกับอารมณ์ที่ไม่ดี ต้องเหยียบเบรคทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ใจวิ่งตามอารมณ์ เพราะเหตุนั้น การฝึกสติให้ใจจดจ่ออยู่กับอารมณ์อันเดียวด้วยการระลึก “พุทโธ ๆๆ” อยู่ในใจ จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก
.
ต้องฝึกระลึกพุทโธให้มีสติติดต่อสืบเนื่องกันไปนาน ๆ จนกลายเป็นสัมปชัญญะคือ มีความรู้ตัวปรากฏ ฝึกไปจนกว่าสติจะมีกำลังแก่กล้า จนสามารถแยกจิตออกจากอารมณ์ได้ มองเห็นอารมณ์เป็นอันหนึ่ง จิตผู้รู้อารมณ์เป็นอีกอันหนึ่ง ทำแค่นี้ได้ก็ถือว่า จิตพอมีพอกินพอเป็นพออยู่
.
นี่คือ หนทางที่จะก้าวไปสู่การปฏิบัติธรรมชั้นสูงต่อไป ที่นักปฏิบัติธรรมจะต้องทุ่มเทความเพียรพยายามอย่างเอาจริงเอาจังเท่านั้น ใครจะเหลาะแหละโลเลปลิ้นปล้อนหลอกลวงมิได้เลย
.
อดีตก็รู้เท่า อนาคตก็รู้ทัน ปัจจุบันก็ไม่ยึด อะไรที่ไม่ดีก็ปล่อยมันผ่านไป เริ่มต้นใหม่ด้วยการคิดดี ทำดี พูดดี ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๘
.