dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 4 คน
dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


วิสาขบูชารำลึก ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑

 

 

วิสาขบูชารำลึก  ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑


อันพระคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น มีเป็นอเนกอนันต์ แม้หากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว ทรงนั่งพรรณนาพุทธคุณไปจนถึงวันปรินิพพาน พระพุทธคุณนั้น ก็ยังมิอาจพรรณนาให้จบสิ้นได้ ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น จำเดิมแต่เมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ กว่าจะสร้างบารมีทั้ง ๓๐ ทัศ ให้เต็มเปี่ยมได้นั้น ท่านอุปมาไว้ว่า
.
"บุรุษใดที่จักอาจเหยียบย่ำลงไปบนแผ่นดินที่ปูลาดด้วยถ่านเผาไฟแดง ๆ ด้วยเท้าอันเปล่าเปลือย ด้วยระยะทางอันสุดแสนไกลที่บั้นปลายไม่ปรากฏ ด้วยดวงจิตอันเด็ดเดี่ยวอาจหาญ ไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึงต่อความตาย แม้ตายแล้วเกิดใหม่กี่ภพกี่ชาติ ก็จะขอเดินเหยียบย่ำลงไปบนถ่านเผาไฟแดง ๆ อย่างนี้ จนแม้กระดูกจะกองเท่าภูเขา ใจก็ไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว ผู้เช่นนั้นแล!! จึงจักสร้างบารมีปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้าได้สำเร็จ"
.
ลองคิดดูเองเถิด ยกพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะเป็นเหตุ กาลอันเป็นส่วนมโนปณิธาน เพียงลำพังแค่คิดอยู่ภายในใจ ว่า "ขอปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้าโน้น" ทำความปรารถนาไว้ในใจเช่นนี้ ก็ยังต้องท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสาร อยู่ถึง ๗ อสงไขยกัปป์ (กัปป์นับไม่ได้ ๗ ครั้ง) เพื่อสร้างบารมีชั้นต้น
.
จากนั้น กาลอันเป็นส่วนวจีปณิธาน จึงเปล่งวาจา ว่า "จะขอเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่งในอนาคตกาลข้างหน้า" แล้วท่องเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดไปอีก ๙ อสงไขยกัปป์ เพื่อสร้างบารมีชั้นกลาง ถ้ายังไม่ท้อถอยความเพียร หรือ ลาพุทธภูมิไปเสียก่อน ก็จักได้รับพุทธพยากรณ์ในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
.
เมื่อได้รับพุทธพยากรณ์แล้ว บารมีแก่กล้าเข้าสู่ชั้นปรมัตถบารมี อันเป็นบารมีขั้นอุกฤษฏ์ เที่ยงที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องทำความเพียรต่อสู้กับกิเลสถึงขั้นอุกฤษฎ์ คือ ยอมสละบุตร ภรรยา แม้เลือด เนื้อ และ ชีวิต เพื่อทำความปรารถนาพระโพธิญาณอย่างเดียวเท่านั้น แม้กระนั้นแล้ว ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดเพื่อสร้างบารมีท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสารอีก ๔ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์ บารมีจึงเต็มเปี่ยมบริบูรณ์
.
ควรค่าที่จะมาอุบัติตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาเอกของโลก มาประกาศธรรมสอนโลก ให้พวกเราท่านทั้งหลาย ได้สดับพระธรรมเทศนา อันเป็นข้อปฏิบัติที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง ที่เรียกว่า เอกายนมรรค คือทางอันเอก เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเอกเลิศโลก หรืออีกนัยหนึ่ง คือ มัชฌิมาปฏิปทาอันเป็นทางสายกลาง ประกอบด้วยมรรค มีองค์ ๘ ที่ย่นย่อลงแล้วก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง
.
พวกเราที่เป็นภูมิสาวก เพียงสร้างบารมีแค่เศษเสี้ยวของพระพุทธองค์ คือ หนึ่งแสนมหากัปป์ ก็สามารถบรรลุธรรม สำเร็จเป็นพระอรหันตสาวก เข้าสู่พระนิพพานเมืองแก้วได้แล้ว แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น เพราะการที่พระองค์ ทรงทำความปรารถนาจะรื้อขนสัตว์ ให้ก้าวพ้นจากทุกข์ไปด้วยกัน พระองค์ต้องยอมอดยอมทนลำบาก เพื่อสร้างสมพระบารมีให้เต็มเปี่ยม ต้องทนทุกข์ทรมานในการเวียนว่ายตายเกิดไปอีก ๒๐ อสงไขยกัปป์ มากกว่าพวกเราอย่างเทียบกันไม่ได้
.
แล้วจะมีผู้ใดใครเล่า จะสามารถพรรณนา คุณงามความดีของพระองค์ ที่ทรงบำเพ็ญเพียรมา ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ๒๐ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์นั้น มาตีแผ่ให้พวกเราได้เรียนรู้จนหมดสิ้นได้ทุกอย่าง แม้พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์มาอุบัติตรัสรู้ต่อ ๆ กัน แล้วนั่งพรรณนาพระพุทธคุณไปเรื่อย ๆ ก็ยังพรรณนาพุทธคุณได้ไม่จบไม่สิ้น ด้วยเหตุสุดวิสัยว่า อายุขัยจักหมดสิ้นลงไปเสียก่อนนั่นเอง
.
ดังนั้น ในวาระอันเป็นมหามงคลที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบอีกครั้ง ในปีนี้ จึงควรที่พวกเราชาวพุทธ จักได้น้อมรำลึกนึกถึง พระคุณอันประเสริฐ ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ผู้เป็นจอมศาสดาเอกของโลก ด้วยการน้อมนำเอาพระธรรมคำสอนมาประพฤติปฏิบัติ กระทำกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ ปราศจากมลทินเครื่องเศร้าหมองใจ
.
ด้วยการเจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นมรรควิถีที่เป็นไปเพื่อการชำระกิเลส ดับกองทุกข์ภายในใจอย่างสิ้นเชิง เพื่อเป็นปฏิบัติบูชา น้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในวาระที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบในปีนี้ ตรงกับวันเพ็ญ เดือน ๗ ขึ้น ๑๕ ค่ำ อันเป็นปักข์ถ้วน พระสงฆ์ก็จักทำสังฆอุโบสถสวดปาติโมกข์ เนื่องจากปีนี้เป็นปีอธิกมาสจึงนับเป็นอุโบสถที่ ๖ แห่งคิมหันตฤดู ควรที่ชาวพุทธเราจักสมาทาน ศีล ๕ หรือ ศีล ๘ ตามควรแก่กำลังความสามารถของตน
.
ก็วันวิสาขบูชา นี้ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ผู้ทรงเป็นมหาบุรุษสุดประเสริฐ ผู้ดำรงในพระคุณอันล้ำเลิศ ๓ ประการ มีพระปัญญาคุณอันยอดเยี่ยม พระบริสุทธิคุณอันหมดจดงดงาม พระมหากรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาล เมื่อทรงตรัสรู้แล้วก็มิได้ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ตามลำพัง แต่ได้ทรงเสด็จจาริกไปในคามนิคมน้อยใหญ่ เพื่อทรงแสดงธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ ไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลาง ไพเราะในที่สุด เป็นเหตุให้พวกเราได้ปฏิบัติตาม ศีล สมาธิ ปัญญา ก็จะสามารถละความเห็นผิดอันเป็นโทษทุจริต ให้สถิตตั้งมั่นในความเห็นชอบ อันเป็นคุณความดีงามที่จะนำไปสู่ความดับทุกข์ได้
.
วันวิสาขบูชา จึงถือเป็นวันสำคัญอันยิ่งใหญ่ของโลก ไม่มีวันสำคัญอื่นใดจะยิ่งไปกว่า เพราะวิสาขบูชา เป็นวันเดียวที่รวมเอาเหตุการณ์สำคัญของโลกถึงสามประการไว้ด้วยกัน อันยากยิ่งที่จะอุบัติบังเกิดกับมนุษย์ปุถุชนคนใดในโลก กล่าวคือเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสุมพุทธเจ้า พระองค์นั้น และเป็นการประสานรวมธรรมขั้นสุดยอด ที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ตลอด ๔๕ พระพรรษา สรุปรวมลงในพระไตรลักษณ์ คือ "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา" อันเป็นธรรมขั้นสุดยอดที่ใช้ปราบกิเลสให้หมดสิ้นจากใจได้อย่างไม่เหลือซาก
.
โดยมีนัยดังนี้ คือ อนิจจัง ได้แก่ ความเกิดปรากฏ เป็นเบื้องต้น คือการประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ทุกขัง คือ ความเสื่อมสิ้นพิบัติแปรปรวน ความบีบคั้นทรมานปรากฏ เป็นตั้งอยู่ในท่ามกลาง คือ นับจากวันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ๔๕ พระพรรษา ที่ทรงประกาศธรรมสอนโลก และจบลงด้วย อนัตตาธรรม คือ การที่พระพุทธองค์ทรงดับขันธปรินิพพาน ได้ตอกย้ำถึงความที่ไม่มีอะไรอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของผู้ใด ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ดังนั้น วันวิสาขบูชา นี้ จึงเป็นเหมือนการประมวลธรรมทั้งปวงของพระบรมศาสดา มาเพื่อแสดงเป็นนิมิตหมายให้เห็นถึงความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ของพระผู้มีพระภาคเจ้า และของทุกสรรพสิ่งนั่นเอง
.
ก็ไตรลักษณ์อันได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นี้ ย่อมถือเป็นธรรมชั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนา ที่บุคคลใดหากบังเกิดดวงตาเห็นธรรม ผู้นั้นต้องเห็นไตรลักษณ์ จึงสามารถก้าวข้ามโคตรแห่งปุถุชนกลายเป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ได้ชื่อว่า มีดวงตาเห็นธรรม และจักสิ้นสงสัยในธรรมทั้งปวง ผู้ใดเห็นไตรลักษณ์ ผู้นั้น ก็ต้องได้เห็นพระนิพพาน อย่างไม่มีวันจะผันแปรเป็นอื่น มีคำถามสอดเข้ามาว่า แล้วทำไมพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงต้องมาประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในวันเดียวกันนี้ด้วยเล่า เป็นเพราะเหตุดังฤา?
.
คำตอบก็คือ ก็ด้วยพระพุทธบารมีอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงบำเพ็ญมาแล้วอย่างเต็มเปี่ยมไพบูลย์ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษอีกแสนมหากัปป์นั่นแล จึงบันดาลให้เกิดปรากฎการณ์ อันเป็นคุณลักษณะเฉพาะของท่านผู้เป็นมหาบุรุษสุดประเสริฐ คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้ เท่านั้น มิได้ปรากฏสาธารณะ แก่สัตว์อื่น บุคคลอื่นใดไม่ ตลอดทั่วแดนไตรโลกธาตุ
.
วิสาขบูชา นี้ จึงเป็นนิมิตหมายแห่งธรรมทั้งปวง ที่พระพุทธองค์ทรงพร่ำสอนมาตลอด ๔๕ พระพรรษา ว่า "สิ่งใดมีความเกิดเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา" ทรงอาศัยพระพุทธสรีระนี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนักแน่น ในธรรมที่ทรงแสดงไว้แล้วนั้น ว่า "แม้พระองค์เอง ถึงจะทรงไว้ซึ่งบุญญาบารมีที่สั่งสมมาแล้วอย่างยาวนาน แม้จะมากมายสักเพียงไหน พระองค์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ให้อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์แห่งไตรลักษณ์ ที่พระองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้วนี้ได้เลย" นั่นคือ ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นแล้ว ต้องดับไปเท่านั้น ไม่มีเว้นแม้แต่พระสรีระของพระองค์เอง
.
เมื่อพระองค์ทรงประสูติ นั่นคือ กาลอันเป็นที่เกิดขึ้นแห่งพระพุทธสรีระ เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้ คือ กาลอันเป็นที่อุบัติแห่งพระตถาคตเจ้า พร้อมทั้งการดับสิ้นไปของกิเลสกองทุกข์ทั้งปวง ที่เรียกว่า "สอุปาทิเสสนิพพาน" และเมื่อพระองค์ทรงปรินิพพาน คือ กาลอันเป็นที่ดับไปของพระตถาคตเจ้า เป็นการดับทั้งรูปขันธ์ คือ พระพุทธสรีระ และการดับนามขันธ์ทั้งปวง อันได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นการดับอย่างไม่เหลือเชื้อ ที่เรียกว่า "อนุปาทิเสสนิพพาน" อันสามโลกธาตุต้องสะเทือนสะท้านหวั่นไหว ในพระคุณอันยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ แห่งพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ที่ได้ทรงดับขันธปรินิพพานจากโลกสมมตินี้ไปเป็นตลอดอนันตกาล
.
ดังนั้น ในวาระที่วันวิสาขบูชาเวียนมาบรรจบครบ ปวงเราท่านทั้งหลายที่ยังมีลมหายใจสัมผัสรับรู้ได้ ระลึกถึงการมาเยือนแห่งวันวิสาขบูชานั้น ก็จงอย่าได้ปล่อยให้วันวิสาขบูชาล่วงเลยไปเปล่า ๆ จงตั้งจิตสำรวมใจ น้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ได้ทรงประทานธรรมโอวาทอันล้ำเลิศนี้ไว้แล้วแก่พวกเราชาวพุทธทุกคน
.
จงน้อมนำเอาธรรมโอวาทนั้นมาปฏิบัติ เพื่อถวายเป็นปฏิบัติบูชานอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ในวันอันเป็นมหามงคลอย่างยิ่งนี้ อย่าได้ทำให้พระองค์ต้องทรงลำบากพระวรกายสั่งสอนพวกเราเสียเวลาไปเปล่า ๆ โดยที่ไม่มีใครปฏิบัติธรรม รู้ธรรม เห็นธรรม ที่พระองค์ได้ทรงตรัสไว้ดีแล้วนั้นเลย
.
ธรรมทั้งปวงนั้น แม้จะมีคุณค่ามากมายสักเพียงไหนก็ตาม แต่จะต้องกลายเป็นเสมือนดังไร้ค่า หากไม่มีผู้ใดสนใจนำธรรมนั้นมาประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดสติปัญญารู้ธรรมเห็นธรรม ตามรอยเสด็จของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทัน และเป็นสักขีพยาน ว่า ธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงนั้น ย่อมให้ผลจริงแก่ผู้ปฏิบัติตามสมควรแก่ความปฏิบัติตลอดกาลนานเป็นอกาลิโกไม่มีกาลเวลา และผู้ปฏิบัติจักพึงรู้เองเห็นเองด้วยสันทิฏฐิโก ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้แล้ว คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑
.
ดังนั้น จึงควรที่พวกเราชาวพุทธต้องตระหนักให้มากว่า ทุกลมหายใจเข้าออกล้วนมีคุณค่ายิ่งนัก จงอย่าปล่อยให้ลมหายใจดับสลายไปก่อน โดยที่ไม่มีโอกาสได้ ปฏิบัติธรรม รู้ธรรม และเห็นธรรมใด ๆ เลย
 

 

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



สายธารธรรม โดย...เจ้าอาวาส

* ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
* บริขารพระป่าในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
* สุดรัก...สุดอาลัย... พ่อแม่ครูอาจารย์
* ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่อง หนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์
* พระประวัติย่อ สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
* ชมวีดีโอชิวิตที่วัดป่าบ้านตาด
* 100 ปี ชาตกาลองค์หลวงตา
* ชมวีดีโองานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
* ประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (ย่อ)
* ทำเนียบพระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่
* สมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน article
* คำพระอุปัชฌาย์สอนนาค
มาฆบูชารำลึก ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
แม่นี้มีคุณอันใหญ่หลวง
วันเข้าพรรษา
อาสาฬหบูชารำลึก ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
วันที่พ่อจากไป
QR Code เติมบุญ
* เทศน์งานหลวงปู่ท่อน ญาณธโร
อุบายแก้ความโกรธ
5 มาสก เป็นเงินเท่าไร
โรคกาย vs โรคใจ
วินัยพระห้ามจับเงิน จับทอง
อุบายปราบความท้อใจ
คนดี ทำดีได้ง่าย
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
* เทศน์งานหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต
ไอ้ยอดอกตัญญู
ตะวันจะลาลับขอบฟ้า
ทำดีไม่ต้องมีใครเห็น
* เทศน์งานหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล
อาจาริยบูชาครบรอบปีที่ ๗
ให้ทำตัวเหมือนผ้าเช็ดเท้า
พระค่อนประเทศมอมเมาประชาชน
พระอรหันต์ในบ้าน
อุบายแก้หนาว
สมมติแห่งกาลเวลา
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๑
ให้ทานอย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก?
ไม่มีอะไรเป็นของเราจริง
โลกนี้ก็มีแต่ "เกิด" กับ "ดับ"
คนมีสติปัญญา คือ อย่างไร?
* เทศน์ที่วัชรธรรมสถาน ๒๕ เม.ย.๒๕๕๗
* เทศน์ที่เวที คปท. ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๗
ที่สุดของกาย และ ความกลัวตาย
สงกรานต์ ๕๗ ประเพณีที่จำเป็นต้องยอม
สุขสันต์วันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมไทย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มช. 9 สิงหาคม 2556
กราบพระพุทธเจ้าอย่างสนิทใจตลอดอนันตกาล
ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมจากโลก
ข้าราชการกับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ณ วัดไร่ขิง 6 พฤษภาคม 2556
อดีตพระชาวญี่ปุ่น ลาสิกขา
วางศิลาฤกษ์เจดีย์หลวงตา ๓๐ ม.ค.๒๕๕๖
เลือกข้างให้มันถูกนะ
เรื่องราวของคนใกล้ตาย
ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน
ศาสนาทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดีจริงหรือ?
เขตปลอดความสวย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต 29 มิถุนายน 2555
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องปูหินแกรนิต พื้นโบสถ์...
สัมผัส แม่คะนิ้ง และความงามลึกล้ำบนยอดดอยผ้าห่มปก
เครื่องอัดรายการสถานีวิทยุชุมชน
มาชมสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ไม่มีอะไรใหญ่เหนือใจ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล