dot

dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 6 คน
dot


ฟัง F.M. 103.25 MHz.
ชมทีวีช่องหลวงตา
ฟังวิทยุออนไลน์ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ชมคลิปวีดีโอน่าสนใจ
ขอเชิญสมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม face book วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
เข้าชม twitter วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน


อาสาฬหบูชารำลึก ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

 

อาสาฬหบูชารำลึก ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒
.
วันอาสาฬหบูชาที่กำลังมาถึงนี้ ถือเป็นวันสำคัญยิ่งรองจากวันวิสาขบูชาเลยทีเดียว วันเวลาก็ช่างผ่านไปรวดเร็วนัก วิสาขบูชาล่วงเลยไปได้ไม่นาน ดูราวกับว่า เพิ่งได้เห็นพระพุทธองค์ทรงอุบัติขึ้นในวันนั้น และในวันนี้ก็มาถึงซึ่งมงคลสมัยอาสาฬหปุณณมี วันเพ็ญอาสาฬหมาส อันเป็นวันที่พระธรรมอุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
.
ด้วยพระพุทธองค์ทรงแสดงธัมมจักกัปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนาเพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ทั้งห้า และในครานั้น ก็เป็นเหตุให้พระสงฆ์อุบัติขึ้นพร้อมกันอีก โดยพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุพระโสดาปัตติผล สำเร็จเป็นพระโสดาบันอริยบุคคล เป็นองค์ปฐมสาวกในบวรพระพุทธศาสนา
.
แม้ไม่ได้เห็นภาพพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมในท่ามกลางแห่งปัญจวัคคีย์ แต่เมื่อหวนรำลึกนึกถึงพระคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า ไปตามลำพังจิต ก็ยังบังเกิดความปลาบปลื้มปิติปานประหนึ่งว่า น้ำตาจะหลั่งไหลด้วยความซาบซึ้งในพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
.
เพราะวันนี้ เป็นวันที่พระรัตนตรัยอุบัติขึ้นครบถ้วนทั้งสามประการนั่นเอง หมายความว่า คุณสมบัติแห่งความเป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าได้ถึงกาลอันพร้อมบริบูรณ์แล้ว เพราะการที่พระพุทธองค์ได้ทรงปฏิญาณตนว่า เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้เองชอบนั้น หากพระองค์ยังมิได้ทรงแสดงปฐมเทศนาคราใด และยังมิได้มีปฐมสาวกเป็นสักขีพยานแห่งการตรัสรู้ตามธรรมที่ทรงแสดงนั้นแล้วไซร้ ชื่อว่า ความสมบูรณ์แห่งความเป็นพระพุทธเจ้า ย่อมยังไม่ปรากฎก่อน
.
ต่อเมื่อพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงปฐมเทศนา และทรงมีสักขีพยานในการตรัสรู้ธรรม มีปฐมสาวกอุบัติขึ้น จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ธรรมที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ นั้น อันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ย่อมเป็นของมีอยู่จริง เพราะยังผู้อื่นให้ตรัสรู้ตามได้ด้วย เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาของชาวโลก มิได้ทรงกล่าวธรรมอย่างปราศจากเหตุและผลเป็นเครื่องรองรับ ดังนั้นจึงว่า พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ ย่อมอุบัติขึ้นอย่างพร้อมบริบูรณ์แล้วในวันนี้ อันเป็นวันอาสาฬหปุณณมี ดิถีที่ ๑๕
.
ในวันอันเป็นมหาอุดมมงคลเช่นนี้ ชาวพุทธทั้งหลายต่างมีจิตใจอันแช่มชื่นเบิกบาน ในมือถือดอกไม้ ธูปเทียน ของหอม และภัตตาหารคาวหวาน ล้วนคัดสรรปรุงแต่งอย่างประณีตบรรจง พร้อมเครื่องไทยทาน มีของใช้อันจำเป็นแก่พระสงฆ์ ไปสู่วัดวาอาวาสที่ตนเลื่อมใสศรัทธา เพื่อน้อมถวายเป็นอามิสบูชาในคุณแห่งพระศรีรัตนตรัย
.
สายธารแห่งศรัทธาของชาวพุทธในวันนี้ ย่อมหลั่งไหลโปรยปรายดุจหยาดละอองแห่งฝนที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ยังแผ่นพื้นพสุธาอันแห้งผากให้ชุ่มฉ่ำเย็น ฉะนั้น ในกาลใดที่ชาวพุทธพร้อมเพรียงกันบำเพ็ญกองการกุศลอันยิ่งใหญ่ ย่อมยังความปลาบปลื้มปิติปรีดาปราโมทย์ให้บังเกิดแก่ปวงเทพดาในสรวงสวรรค์ทุกชั้นฟ้า ต่างแซ่ซร้องสรรเสริญ และเปล่งเสียงสาธุการกัมปนาทกึกก้อง สะเทือนสะท้านบันดาลให้ไตรโลกธาตุต้องหวาดไหว ด้วยอำนาจแห่งบุญกุศลคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ที่พวกเราชาวพุทธได้พร้อมใจกันบำเพ็ญเพื่อน้อมถวายเป็นสักการะบูชาในคุณแห่งพระรัตนตรัย
.
ก็ในวันนี้ หากท่านผู้ใดมิได้มีจิตสำนึก น้อมรำลึกนึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกระทำอามิสบูชา ปฏิบัติบูชาตามควรแก่ฐานะและความสามารถของตน ด้วยดวงหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยศรัทธาอย่างสุดซึ้ง คนผู้นั้นย่อมเป็นผู้มีจิตใจอันหยาบกร้านขลาดเขลา ไม่อาจหาญ ไม่ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติ ไม่สมกับที่ได้เกิดเป็นชาวพุทธ ได้พบพระพุทธศาสนาอันล้ำเลิศ แต่กลับมาเมินเฉยปล่อยปละละเลย ให้กาลเวลาผ่านพ้นไปเปล่า ๆ โดยมิอาจถือเอาประโยชน์โสตถิผล สั่งสมบุญกุศลคุณราศีใด ๆ ไว้ได้เลย จัดว่าเป็นความหายนะทางจิตใจอันใหญ่หลวง ถึงขั้นล้มละลายหมดสิ้นอริยทรัพย์ทั้งปวง ขอชาวพุทธจงอย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย
.
ในโอกาสอันเป็นมหาอุดมมงคลอันยิ่งนี้ จงพากันตั้งใจบำเพ็ญกองการกุศลอันประเสริฐไว้ให้เต็มเปี่ยม ในขณะที่ยังพอมีโอกาสทำได้ ก่อนที่ชีวิตอันทรงคุณค่าจะดับดิ้นสิ้นสลายไป
.
จงสำเหนียกศึกษาไว้เถิดว่า ความตายนั้นย่อมเป็นเงาก้าวเดินติดตามเราไปในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อ เราอาจกลายเป็นคนตายได้ในพริบตาเดียว เพราะในระหว่างความเป็นกับความตายนั้นอยู่ใกล้ชิดติดพันกันอย่างยิ่ง ทิ้งระยะห่างกันเพียงแค่ลมหายใจเข้ากับลมหายใจออกเท่านั้นเอง เส้นคั่นระหว่างลมหายใจเข้ากับลมหายใจออก ก็คือความตาย เพราะคนตายจะหยุดหายใจไปตลอดกาล
.
จงรู้ไว้เถิดว่า เมื่อคนเราจะตาย ย่อมตายในขณะปัจจุบันที่ลมหายใจกำลังเข้า ๆ ออก ๆ อยู่นี้เท่านั้น ไม่มีใครไปตายในวันพรุ่งนี้ได้ เพราะวันพรุ่งนี้จริง ๆ มันไม่มี วันพรุ่งนี้มันเป็นเพียงคำพูดสมมติที่จิตคิดปรุงแต่งขึ้น เพื่อสื่อให้รู้ความหมายของเงื่อนเวลาที่ยังมาไม่ถึงเท่านั้น เพื่อประโยชน์ในการกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะต้องทำในอนาคตไว้ล่วงหน้าได้
.
วันพรุ่งนี้จึงเป็นเพียงความคาดหมายของใจไม่ใช่ความจริง ธรรมท่านจึงสอนให้กำหนดดูปัจจุบัน เพราะมีแต่ปัจจุบันเท่านั้นที่กำลังเคลื่อนตัวไปทีละน้อย ๆ ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจอยู่
.
ถ้าลมหายใจของเรายังคงอยู่ในปัจจุบัน เรายังมีลมหายใจเข้า ยังมีลมหายใจออก เราก็จะได้เห็นปัจจุบันเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ วันพรุ่งนี้ก็จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวกลายมาเป็นวันนี้ และวันนี้ก็เคลื่อนตัวกลายไปเป็นวันวาน แต่ในความเป็นจริงก็มีแต่ขณะปัจจุบันที่กำลังปรากฏอยู่ แต่คนเราสมมติกันว่า เป็นวันนี้ วันนี้ วันนี้ไปเรื่อย ๆ
.
ลองคิดดูว่า ถ้าลมหายใจของเราหยุดลงเมื่อใด ไม่มีลมหายใจเข้า ไม่มีลมหายใจออก เราก็กลายเป็นคนตายในพริบตาเดียว ขณะปัจจุบันที่กำลังปรากฏก็ดับพรึ่บลง ร่างกายไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก เพราะจิตออกจากร่างไปแล้ว ไม่มีวันนี้ ไม่มีวันพรุ่งนี้ ไม่มีเมื่อวาน ไม่มีสมบัติพัสถานใด ๆ หลงเหลืออยู่ให้คนตายได้จับจองเป็นเจ้าของอีกเลย
.
คนเป็นเท่านั้น จึงยังมีลมหายใจได้เห็นวันนี้อยู่ และมีโอกาสที่จะได้เห็นวันพรุ่งนี้ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาเป็นวันนี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ วันนี้ก็จะถูกแทนที่ด้วยวันพรุ่งนี้ตลอดเวลา ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ เราก็จะมองเห็นวันเวลาเคลื่อนตัวผ่านเราไปอย่างรวดเร็ว วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า พร้อมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ประดังกันเข้ามา พัดผันให้จิตใจของเราต้องวิ่งวุ่นไปกับมัน ประสบกับสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เฉย ๆ บ้าง เป็นอยู่อย่างนี้
.
บางครั้งมันทำให้ใจเรารู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน เกิดความหลงใหลมัวเมาในอารมณ์ต่าง ๆ แต่บางคราวก็ทำให้เราต้องเจ็บปวดรวดร้าวแสนทรมาน เกิดความอ่อนเพลียละเหี่ยใจ แต่เราก็ยังคงเต็มใจที่จะวิ่งวุ่นไปกับมัน วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า อย่างไม่มีวันฉุกใจคิดเบื่อหน่ายกันบ้างเลย
.
ถ้าวันนี้เรายังไม่ตาย ก็ต้องถือว่าโชคดีที่รอดตายไปได้อีกหนึ่งวัน แต่เราจะไม่โชคดีอย่างนี้ตลอดไป วันหนึ่งเราก็ต้องเผชิญกับความตายอย่างแน่นอน ไม่มีอะไรเป็นเครื่องยืนยันว่า เราจะไม่ตายในวันนี้ และไม่มีใครจะรู้ได้ว่า ความตายจะมีในวันพุร่งนี้ พอจะได้เตรียมตัวตายกันไว้ก่อนได้ทันท่วงที
.
วันหนึ่ง ๆ สัตว์โลกตายกันวันละเท่าไร? ไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือ มีสัตว์ตายทุกวัน ทั้งคนและสัตว์ ตายกันเป็นเบือในแต่ละวัน ธรรมท่านจึงสอนมิให้ประมาท ให้เราเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะตายในทุกลมหายใจเข้าออก ไม่ว่าจะเป็น วันไหน? เวลาไหน? และสถานที่ใด?
.
ทุกคนจึงควรถามตัวเองว่า เราพร้อมที่จะตายหรือยัง? ถ้ายัง เราเป็นห่วงอะไร? ก็เอาสิ่งนั้นมาพิจารณาเพื่อทำลายความห่วงนั้นเสีย ถ้าเราไม่ทำตัวเองให้พร้อมที่จะตาย ก็ไม่มีใครมาช่วยเตรียมความพร้อมให้กับเราได้ และความตายมันก็ไม่ใจดี รอให้เราพร้อมเสียก่อนค่อยตาย ถึงเวลาเมื่อไร พระยามัจจุราชก็ปลิดชีพเราให้ตายในทันที จะพร้อมหรือไม่พร้อม ก็เป็นอันต้องตาย ตายอย่างไม่มีสิทธิ์ต่อรอง
.
จะไปขอร้องว่า งานยังยุ่งอยู่ รองานเสร็จก่อนค่อยตายไม่ได้หรือ? เมียกำลังท้องอยู่ รอเมียคลอดลูกก่อนค่อยตายเถอะ ลูกยังเล็กอยู่ รอให้ลูกโตเสียก่อนค่อยตายได้ไหม? มิไยที่จะกราบไหว้วิงวอนขอร้องอย่างไร ก็ไม่มีวันที่จะได้รับการผ่อนผันจากพระยามัจจุราชได้เลย
.
สุดท้ายทุกคนก็ต้องตายจากของรักของหวงทั้งสิ้นไป ตายอย่างทุกข์ทรมาน ตายด้วยความเป็นห่วงสิ่งนั้น ห่วงสิ่งโน้น และไม่สามารถไขว่คว้าเอาสิ่งใดมาเป็นสมบัติของตัวเองได้เลย แม้ร่างกายอันเป็นที่รักและหวงแหน ก็ถูกเผาทิ้งไปอย่างไม่เหลือซาก
.
คงเหลือไว้แต่จิตดวงอนาถาท่องเที่ยวไปในภพทั้งสาม เพราะจิตเป็นธาตุอมตะที่ไม่เคยตาย หากจิตใจมิได้มีบุญกุศลหล่อเลี้ยง ก็มีทุคติอบายภูมิเป็นที่ไปเบื้องหน้า หากจิตมีบุญกุศลหล่อเลี้ยง ก็มีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไปเบื้องหน้า สัตว์โลกล้วนเป็นกันอย่างนี้ มีเกิดแล้วก็ต้องมีตาย
.
ใครจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ ก็มิอาจหนีพ้นความเกิดความตายไปได้ เว้นไว้แต่ผู้ที่สั่งสมบุญบารมีไว้แล้วอย่างเต็มเปี่ยม จึงสามารถกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจากใจได้ ก็จะไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกเป็นตลอดอนันตกาล
.
ดังนั้น จึงไม่ควรเอาเวลามาเป็นข้ออ้างขัดขวางการทำดี เวลาจะไปวัด ทำบุญตักบาตร ให้ทานบ้างก็ไม่มีเวลา รักษาศีลก็ไม่มีเวลา นั่งสมาธิภาวนาบ้างแม้เล็กน้อยก็ไม่มีเวลา จะพิจารณาใคร่ครวญอะไร ๆ ให้เป็นอรรถเป็นธรรมเพื่อเอาชนะกิเลสบ้างก็ไม่มีเวลา แต่พอบทจะตายเท่านั้น เวลาไม่รู้มาจากไหน ตายปุ๊บตายปั๊บได้ในทันที
.
ถ้าใครคิดได้อย่างนี้ เราอาจรู้สึกว่า ลมหายใจของเราพอจะมีคุณค่าขึ้นมาบ้าง เราหายใจทุกวัน ลมหายใจมันก็หมดไป ๆ จึงไม่ควรหายใจทิ้งไปเปล่า ๆ โดยไม่ได้แลกเอาบุญกุศลคุณงามความดีมาเก็บไว้ที่ใจให้เต็มเปี่ยม ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เวลายังมีเสมอ และเป็นเวลาที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งด้วย มีแต่คนตายเท่านั้นที่ไม่มีเวลา เมื่อไรหมดลม เมื่อนั้นก็หมดเวลา
.
จงรู้ไว้เถิดว่า การเป็นอยู่เพียงวันเดียวแล้วได้ทำความดี ยังมีคุณค่ายิ่งกว่า การเป็นอยู่ตั้งร้อยปี แต่หาคุณงามความดีใด ๆ มิได้เลย เพราะเหตุนั้น จงอย่าได้ประมาทปล่อยเวลาให้หมดสิ้นไปเปล่า ๆ ถ้าเราไม่มีเวลาเหลือให้กับการทำความดีบ้างเลย ก็เท่ากับเราปล่อยเวลาให้หมดสิ้นไปกับการทำความชั่วนั่นเอง คนเป็นยังมีเวลาที่จะทำอะไร ๆ ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรู้จักใช้เวลาที่มี ทำในสิ่งที่มีคุณค่าแก่ตัวเองหรือไม่? ส่วนคนตายย่อมไม่มีเวลาที่จะทำอะไร ๆ ได้อีกแล้ว ดังนั้น ถ้าจะทำความดีทีไร ก็บอกไม่มีเวลาทุกที มันก็เป็นเสมือนหนึ่ง ทำตัวเราให้กลายเป็นคนตายดี ๆ นี่เอง คือตายจากความดีทุกประเภทก่อน จากนั้นก็รอวันตายจริง ๆ คือตายแบบสิ้นลมส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล
.
ดังนั้น ในโอกาสที่วันอาสาฬหบูชาเวียนมาบรรจบครบ ก็จงเร่งรีบตักตวงบุญกุศลคุณความดีทุกประเภทเอาไว้ให้เต็มกำลังความสามารถของตน จึงสมดังที่ พระพุทธองค์ ทรงตรัสปัจฉิมวาจาว่า "อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ" แปลว่า "ขอท่านทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตน และประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"
.
นั่นก็คือ ให้ทุกท่านจงเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมก่อนที่จะตายจริงนั่นเอง จงอย่าได้สำนึกเสียใจในภายหลังเลยว่า "ความดีอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำ ความดีอย่างโน้นก็ไม่ได้ทำ เพราะถ้าไม่ยอมทำเสียตั้งแต่ตอนที่ยังเป็น ๆ อยู่ ครั้นพอตายแล้ว ก็จะไม่มีโอกาสได้ทำความดีอะไร ๆ ได้อีกเลย"

 



สายธารธรรม โดย...เจ้าอาวาส

* ข้อวัตรปฏิปทาในพ่อแม่ครูอาจารย์
* บริขารพระป่าในปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
* สุดรัก...สุดอาลัย... พ่อแม่ครูอาจารย์
* ประกาศวัดป่าบ้านตาด เรื่อง หนังสือภูริทัตตะ อัครเถราจารย์
* พระประวัติย่อ สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
* ชมวีดีโอชิวิตที่วัดป่าบ้านตาด
* 100 ปี ชาตกาลองค์หลวงตา
* ชมวีดีโองานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
* ประวัติหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (ย่อ)
* ทำเนียบพระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่
* สมัครสมาชิกอุปถัมภ์สถานีวิทยุเสียงธรรมฯ วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน article
* คำพระอุปัชฌาย์สอนนาค
วิสาขบูชารำลึก ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒
มาฆบูชารำลึก ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
แม่นี้มีคุณอันใหญ่หลวง
วันเข้าพรรษา
วันที่พ่อจากไป
QR Code เติมบุญ
* เทศน์งานหลวงปู่ท่อน ญาณธโร
อุบายแก้ความโกรธ
5 มาสก เป็นเงินเท่าไร
โรคกาย vs โรคใจ
วินัยพระห้ามจับเงิน จับทอง
อุบายปราบความท้อใจ
คนดี ทำดีได้ง่าย
* เทศน์งานหลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
* เทศน์งานหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต
ไอ้ยอดอกตัญญู
ตะวันจะลาลับขอบฟ้า
ทำดีไม่ต้องมีใครเห็น
* เทศน์งานหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล
อาจาริยบูชาครบรอบปีที่ ๗
ให้ทำตัวเหมือนผ้าเช็ดเท้า
พระค่อนประเทศมอมเมาประชาชน
พระอรหันต์ในบ้าน
อุบายแก้หนาว
สมมติแห่งกาลเวลา
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.๒๕๖๑
ให้ทานอย่างไรจึงมีอานิสงส์มาก?
ไม่มีอะไรเป็นของเราจริง
โลกนี้ก็มีแต่ "เกิด" กับ "ดับ"
คนมีสติปัญญา คือ อย่างไร?
* เทศน์ที่วัชรธรรมสถาน ๒๕ เม.ย.๒๕๕๗
* เทศน์ที่เวที คปท. ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๗
ที่สุดของกาย และ ความกลัวตาย
สงกรานต์ ๕๗ ประเพณีที่จำเป็นต้องยอม
สุขสันต์วันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรมไทย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่ชมรมพุทธธรรมกรรมฐาน มช. 9 สิงหาคม 2556
กราบพระพุทธเจ้าอย่างสนิทใจตลอดอนันตกาล
ศาสนาพุทธไม่มีวันเสื่อมจากโลก
ข้าราชการกับการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ณ วัดไร่ขิง 6 พฤษภาคม 2556
อดีตพระชาวญี่ปุ่น ลาสิกขา
วางศิลาฤกษ์เจดีย์หลวงตา ๓๐ ม.ค.๒๕๕๖
เลือกข้างให้มันถูกนะ
เรื่องราวของคนใกล้ตาย
ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน
ศาสนาทุกศาสนาสอนคนให้เป็นคนดีจริงหรือ?
เขตปลอดความสวย
* เทศน์อบรมนักศึกษา ที่หอพระ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต 29 มิถุนายน 2555
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องปูหินแกรนิต พื้นโบสถ์...
สัมผัส แม่คะนิ้ง และความงามลึกล้ำบนยอดดอยผ้าห่มปก
เครื่องอัดรายการสถานีวิทยุชุมชน
มาชมสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน
ไม่มีอะไรใหญ่เหนือใจ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล