เฟซบุคเป็นเหตุ!!!


 

ใครที่ติดเฟซบุค ติดสมาร์ทโฟน ก้มหน้าก้มตา จิ้มๆๆๆๆๆ ระวังจะเจอต้อหินแบบไม่รู้ตัว รวมทั้งคนที่ชอบกินกะหล่ำปลีดิบๆ จะได้โรคคอหอยพอกเป็นของแถม ลองไปดูภาพประกอบเองละกัน

มีสถิติว่า คนไทยเล่นเฟซบุคกันมากเป็นอันดับต้นๆของโลก และของเอเซีย บางคนติดเฟซบุคขนาดหนัก ประมาณว่า ถ้าไม่ได้เล่นเฟซบุคสักประเดี๋ยวเดียว มันทำท่าเหมือนกับจะลงแดงตาย ชักดิ้นชักงอ ดิ้นกระแด่วๆๆ ราวกับปลาที่ถูกจับโยนไปบนบก ดีที่อ้ายมาร์คสักกะเบิกมันไม่เก็บเงินค่าเล่นเฟซบุค ไม่งั้นประเทศไทยขาดดุลการค้ายับเยินกันพอดี

ดูประหนึ่งว่า ชีวิตนี้จะขาดเฟซบุคไม่ได้เสียแล้ว ทำอะไรนิดก็ต้องโพสเฟซบุค จะไอจะจามก็ต้องโพสเฟซบุค จะกินจะนอนก็ต้องโพสเฟซบุค จะขับจะถ่ายก็ต้องโพสเฟซบุค ทำนองว่า เป็นคนเปิดเผยอ่ะนะ จะทำอะไรก็ต้องบอกเพื่อนบอกฝูงให้รับรู้ไปด้วยกัน ก็ดีนะ ไม่ใช่ไม่ดี ขืนไปบอกว่าไม่ดี ประเดี๋ยวเขายกพลมาถล่มเอาละย่ำแย่

พอโพสแล้วก็ต้องใจจดใจจ่อแวะเวียนมาดู มีใครมากดไลค์หรือเปล่าวะ? หรือไม่ก็ต้องเปิดมือถือไว้ ถ้ามีเสียงเตือนตู๊ดๆดังขึ้นมา ก็ต้องควักมือถือออกมาจิ้มๆๆๆ บางทีพระกำลังเทศน์อยู่ก็ไม่ละไม่เว้น อยากจะดูว่า มันเกิดอีหยัง? ใจก็คิดว่า คนนั้น คนโน้น จะมากดไลค์ไหม? ใครจะว่ายังไงบ้าง? สารพัดจะคิดไป แบบนี้ เรียกว่า อาการหนักนะ ใครไม่รู้ ก็จงรู้ซะ

เราเองก็งงกับพฤติกรรมการเล่นเฟซบุคของคนไทยอยู่ไม่น้อย ไม่รู้คนประเทศอื่นเขาเล่นกันแบบนี้หรือเปล่า? ๕๕๕  คิดดูง่ายๆ แค่มาโพสต์คำพูดว่า " วันนี้ตรูละโครตเซ็งๆๆ"  แค่เนี้ย (เขียนแบบวัยรุ่น)  เราว่า คนโพสข้อความ เขาคงจะเบื่ออะไรสักอย่าง ก็เลยมาระบายอารมณ์ ก็พอทำเนา

เพราะเฟซบุคมันทำหน้าที่ได้หลายอย่าง บางทีมันก็ทำตัวเป็นเหมือนกระโถนของใครบางคน บางทีมันก็เป็นเครื่องมือสื่อสารชั้นเยี่ยมที่มอบสาระธรรมต่างๆให้เป็นเครื่องประเทืองปัญญา มันก็แล้วแต่คนใช้ จะให้มันเป็นอะไร จะใช้มันเป็นกระโถนก็ยังพอหยวนๆไปหรอกว๊าาา!! ถ้าทำแล้วสบายใจ แต่ที่งงเป็นไก่ตาแตกก็คือว่า ดันมีคนมากดไลค์เป็นร้อยนี่สิ โห!!! อะไรของพวกมึงวะเนี่ย? แค่เนี้ย กดไลค์เป็นร้อย เหอ!!!!

ตั้งแต่เราใช้เฟซบุคมานี้ ไม่เคยใช้มันเป็นกระโถนสักที  ทุกบทความที่โพสเล็งแต่ประโยชน์ของผู้เข้ามาดู และก็ไม่เคยสนใจว่า จะมีใครมากดไลค์ หรือไม่กดไลค์  เราเองก็ไปดูเพจที่มีสาระ ใครโพสดีมีสาระ ก็แอบชื่นชมอยู่ในใจ แต่น้อยครั้งนักที่จะกดไลค์ การไม่กดไลค์ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบ  แต่เรามีมาตรฐานในการกดไลค์ของเรา  คือกดไลค์มันควรมีนัยสำคัญมากกว่าเพียงแค่ การชอบหรือไม่ชอบ อันนี้ใช้กับคนที่ไม่รู้จักสนิทสนมกัน  แต่ในกรณีที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ก็ตามอัธยาศัย แต่เผอิญเราไม่ค่อยได้สนิทกับใคร ถ้าจะกดไลค์ก็ไม่ได้กดในฐานะเพื่อนสนิท  แต่สิ่งนั้นมันต้องมีประโยชน์จริงๆ หรือเพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดี อะไรประมาณนั้น

เฟซบุคมันเป็นเครื่องมือสื่อสารไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะรู้จักใช้ให้มันเป็นคุณหรือไม่ต่างหาก ถ้าใช้มันไปในทางที่เป็นโทษ มันก็เป็นโทษได้เหมือนกัน

ดังนั้น ผู้มีปัญญา จึงควรใช้เฟซบุคให้เป็น คือให้ถือเอาประโยชน์จากเฟซบุคให้ได้ อย่าให้มันเกิดโทษทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ก็จะเป็นความดีต่อกันทั้งสองฝ่าย  และจะจรรโลงสังคมออนไลน์ให้น่าติดตามน่าชื่นชมยินดีไปด้วย

ทุกวันนี้ หลายคนเห็นเฟซบุคเป็นของฟรี ก็เลยใช้มันโฆษณาสินค้าหาตังไปในตัว ก็มีสินค้าหลายอย่างทีโฆษณาอยู่ในเฟซบุค โดยเฉพาะสินค้าประเภท ช่วยลดความอ้วน สลายไขมัน ครีมเสริมสวย ทำให้หน้าเด้งหน้าใส  ทำให้อกฟู รูฟิต (ว่าตามเขานะ) แล้วก็อะไรอีกหลายอย่าง แค่เอารูปมาโชว์ บอกสรรพคุณ แล้วก็โอนเงินไปเข้าบัญชี และส่งของตามทีหลัง

คิดง่ายๆ ถ้ามีคนโอนเงินให้เขาสัก ๑๐ คนๆละ ๑๐๐๐ วันหนึ่งๆก็ฟันรายได้เป็นหมื่นแล้ว สินค้าไม่ดี กว่าคนใช้จะรู้ก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน คนขายมันรวยไปแล้ว แล้วมันก็เปลี่ยนสินค้าตัวใหม่มาขายอีก

เห็นโฆษณาในเฟซบุค อย่าหูเบา โอนเงินให้เขาง่ายๆ จะได้ไม่ต้องเสียใจเพราะถูกหลอก หรือใช้สินค้าแล้ว มันไม่เหมือนที่เขาโฆษณา ก็ระวังกันไว้บ้างก็ดี  อยากลดความอ้วน อยากสุขภาพดี มีวิธีเดียวที่ได้ผล  คือ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ จะเดิน จะวิ่ง ก็ทำไปเถอะ ขออย่างเดียว ทำให้ได้ทุกวัน ที่เป็นอุปสรรคมากที่สุด ก็คือ ใจของตัวเองที่มันขี้เกียจทำนั่นแหละ

ถ้าขยันออกกำลังกาย ทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ยาห่าอะไรก็สู้ไม่ได้หรอก ที่เป็นปัญหา คือทำได้ไม่กี่วัน ก็เลิกทำนี่สิ ทำอะไรมันก็ไม่สำเร็จ ส่วนการกิน ก็ต้องเอาตามอย่างพระพุทธเจ้า กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน เลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย แม้ไม่อร่อยก็กินไปเถอะ ที่ตายผ่อนส่งกันทุกวันนี้ ก็เพราะเลือกกินแต่ของอร่อยๆนี่แหละ

ของอร่อยก็ไม่รู้ว่า เขาใส่อะไรเข้าไปบ้าง เจอแต่สารพิษเต็มไปหมด บางคนดึกๆดื่นๆ ยังถ่ายรูปอาหารมาโพสอวดชาวบ้านเข้าให้อีก โห! หากินแต่ของแซ่บๆๆๆ ๕๕๕ ไม่เกรงใจพระสงฆ์องคเจ้าบ้างเลย พูดให้คิดเฉยๆหรอกนะ ไม่ได้อยากกินด้วยหรอก ไปดีกว่า เดี๋ยวเขาจะหมั่นไส้เอาซะเปล่าๆ



ผู้ตั้งกระทู้ ทีมงาน :: วันที่ลงประกาศ 2014-03-10 21:00:07


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล