กาลิก


 นมัสการพระอาจารย์ครับ

1.สูตรยาร้อนวัดป่าบ้านตาดทำอย่างไรและมีส่วนประกอบอะไรบ้างครับ

2.เพราะเหตุไร"นํ้าผลไม้กล่อง"จึงมีคติเป็น"สัตตาหกาลิก"ครับ

3.พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาติให้ฉันนํ้าปานะที่ทำให้สุกด้วยไฟเพราะเหตุอะไรครับ

4.มีบางสำนักท่านฉันว่านหางจระเข้ในนํ้าองุ่นมีสภาพเป็นวุ้นเหมือนเจเล่ฉันเป็นยา ท่านพระอาจารย์พิจารณาข้อนี้อย่างไรครับ

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ บอม (Phaitoon_9-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2020-01-22 11:36:30


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4190253)

 1. วัดป่าบ้านตาดไม่เคยมีสูตรยาร้อน เป็นเรื่องของพระที่อยู่ในวัด คิดทำกันเอง 

2. เพราะเป็นน้ำที่ผ่านการสังเคราะห์ผสมด้วยน้ำตาลสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เสียรส จึงเก็บไว้ได้ 7 วัน ตามคติของสัตตาหกาลิก ถ้าเป็นน้ำปานะ ต้องเป็นน้ำคั้นจากผลไม้สดซึ่งเก็บนานไม่ได้ เพราะรสชาติจะเปลี่ยนไปอาจเกิดรสบูด น้ำปานะจึงมีคติเป็นยามกาลิก อนุญาตให้ฉันได้แค่วันเดียว อรุณใหม่ขึ้น ห้ามฉัน

3. น้ำปานะ คือ น้ำที่คั้นจากผลไม้ผลเล็กไม่เกินกำปั้น เช่น น้ำองุ่น น้ำลำใย น้ำลิ้นจี่ น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะตูม น้ำมะนาว น้ำมะม่วง ต้องกรองจนไม่มีเนื้อผสม ห้ามน้ำจากผลไม้ที่เป็นมหาผล เป็นผลใหญ่ เช่น น้ำสับปะรด น้ำมะพร้าว น้ำส้มโอ น้ำแตงโม พวกนี้จัดเป็นอาหาร น้ำผลไม้ถ้าสุกด้วยไฟ จะทำให้น้ำแปรสภาพไปเป็นอย่างอื่นได้ คุณสมบัติที่มีอยู่ตามธรรมชาติอาจถูกทำลายไป จึงทรงห้ามมิให้สุกด้วยไฟ

4. ว่านหางจระเข้ อนุญาตให้ฉันเป็นยาได้ น้ำองุ่นก็จัดเป็นน้ำปานะ ของที่ควรมาผสมกับของที่ควร ก็ย่อมเป็นของที่ควรอยู่เหมือนเดิม เว้นไว้แต่จะนำของที่ไม่ควรมาผสมลงไป ก็จะกลายเป็นของที่ไม่ควร ก็ต้องพิจารณาเป็นอย่าง ๆ ไป ตามลักษณะของกาลิกระคนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2020-01-22 12:47:07



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล