ReadyPlanet.com


ทำไม ท่านองคุลีมาร


กระผมสงสัยว่าท่านองคุลีมาร ฆ่าคนตั้งมากมาย แต่ท่านก็สามารถบรรลุธรรมได้ โดยชดใช้กรรมหนักที่ทำเอาไว้ ด้วยกรรมเบาลง

ถ้าคนสมัยนี้ฆ่าคนมากมายเหมือนกัน แล้ว พบกับธรรมะ และเลิกทำปาณาติบาตร ภายหลัง เขาย่อม ไม่ได้รับผลกรรมหนัก

เช่นกันกับ ท่านองคุลีมารใช่หรือไม่ครับ

แบบ นี้ถ้า เราทำไม่ดี(โดยไม่รู้ผิดชอบชั่วดีมาก่อน หรือ รู้ก็แล้วแต่) เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เช่น คอรับชั่น หรือ ฆ่าคน ทำ

อาชีพ ทุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินจำนวนมาก แล้วเราจึงมาเขาใจธรรมมะในภายหลัง เราย่อมได้รับกรรมที่เบาลงใช่ไหมครับ



ผู้ตั้งกระทู้ Dhammadoubt :: วันที่ลงประกาศ 2020-05-06 19:02:34


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4197164)

 ที่องคุลีมาลฆ่าคนตายเพราะถูกอาจารย์หลอกว่า จะสอนวิชาให้ องคุลีมาลไม่ได้ฆ่าคนด้วยเจตนาของตนเอง หรือฆ่าเพราะความโกรธเป็นการส่วนตัว ประกอบกันคนเหล่านั้น เคยมีกรรมฆ่าองคุลีมาลมาก่อนในอดีตชาติที่องคุลีมาลเกิดเป็นควาย ถูกคนพวกนี้รุมฆ่าตาย จึงเกิดผูกอาฆาตจองเวรว่า ชาติหน้าขอให้ได้ฆ่าคนพวกนี้บ้าง คนที่ถูกองคุลีมาลฆ่าตายย่อมได้รับผลตามสมควรแก่กรรมที่เคยทำไว้แล้วแก่องคุลีมาลในอดีตชาติ

ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกรรม แต่ละคนทำกรรมมาไม่เหมือนกัน จะให้ได้รับผลเป็นอย่างเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้ ใครทำกรรมอย่างไร หนักเบาแค่ไหน ก็ต้องได้รับผลไปตามเหตุที่ทำทั้งสิ้น

องคุลีมาลสร้างบารมีธรรมมาเต็มแล้ว จึงได้เข้าไปอยู่ในข่ายญาณของพระพุทธเจ้า เป็นเหตุให้พระพุทธองค์เสด็จไปโปรดก่อนที่จะไปฆ่าแม่ องคุลีมาลได้ฟังธรรมแล้วจึงได้บรรลุพระโสดาบัน

ทำกรรมหนักก็ได้รับผลกรรมที่หนัก ทำกรรมเบาก็ได้รับผลกรรมที่เบา ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมที่ทำ ถ้าทำกรรมหนัก แล้วจะให้ได้รับผลกรรมเบา ๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2020-05-07 00:44:41


ความคิดเห็นที่ 2 (4197329)

 กราบนมัสการครับ และขอบคุณสำหรับคำตอบครับ

ผมขอถามต่อนะครับ

1.การฆ่าคนโดยไม่ได้เจตนา หรือ ความโกรธเป็นส่วนตัว ได้รับผลกรรมน้อยกว่า คนที่เจตนา หรือ โกรธ ใช่หรือไม่ครับ

  ระหว่างเราตั้งใจฆ่ามด กับ เราเผลอเดินเหยียบมด กรรมที่จะโดนจะต่างกันอย่างไรครับ

 

2.ความคิดทีผูกอาคาตจองเวร มีเจตนามาตั้งแต่ชาติปางก่อนตอนเป็นควาย  แต่ มาชาติองคุลลีมาลกลับไม่มีเจตนา แสดงให้เห็นว่า

 การอาคาตจองเวรในอดีตชาติ อาจจะทำให้ชาติต่อไป   อาจกระทำโดยเจตนา หรือ ไม่เจตนาก็ได้  ใช่ไหมครับ

 

3.การที่องคุลีมารต้องมาฆ่าคน 999  คน เนื่องจากผูกอาคาตจองเวรตอนเป็นควาย กรรมที่ทำกันมาคือชดใช้ หายกันไปหรือไม่ครับ

 หรือเป็นการสร้างกรรมใหม่ขึ้นมาครับ ถ้าสร้างกรรมใหม่ แล้วองคุลีมารจะต้องไปรับกรรมต่อใช่ไหมครับ แล้วกรรมที่โดนปาหินใส่ตอน

บวช ออกบิณฑบาตร เป็นกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การฆ่า 999 คนหรือไม่ครับ หรือ ว่าเป็นผลกรรมอื่นๆที่เคยกระทำมา. 

 

4.ถ้าในปัจจุบันเราเห็นคนฆ่ากัน เช่น จ่าคลั่งที่ฆ่า คนที่โคราช จำนวนมาก คนที่ตายอาจจะเคยไปทำอะไรไว้ไม่ดีกับจ่า เมื่อชาติก่อนก็เป็นได้ใช่ไหมครับ ถ้าสมมุติเป็นแบบนี้จริง จ่าคลั่งตายไป มันคือการชดใช้ที่จบกันไป หรือ เป็นการสร้างกรรมใหม่ครับ 

ถ้าเป็นการชดใช้กรรมจริงมนุษย์เราก็ไม่ควรไปด่าว่า จ่าคลั่งใช่หรือไม่ เนื่องจากเราก็ไม่รู้ว่าความจริงแล้วคนที่โดนยิงอาจจะเคยไปทำร้ายเขามาเมื่อชาติปางก่อนใช่หรือไม่ครับ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Dhammadoubt วันที่ตอบ 2020-05-08 23:56:33


ความคิดเห็นที่ 3 (4197488)

๑. เจตนาคือตัวกรรม การฆ่าคนโดยไม่เจตนา ถึงมีความผิด แต่ก็น้อยกว่าการฆ่าโดยเจตนา แม้ในทางโลกศาลพิพากษาความผิดก็ยังลดโทษให้ต่อการกระทำผิดโดยไม่เจตนา การฆ่าคนโดยเจตนา เวลารับผลของกรรม ก็ต้องถูกคนอื่นฆ่าโดยเจตนา แต่ถ้าฆ่าเขาโดยไม่ได้เจตนา เวลารับผลของกรรม ก็อาจถูกเขาฆ่าโดยไม่เจตนาเช่นเดียวกัน ผลกรรมจะหนักหรือเบา ก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่ทำและเจตนาที่กระทำ ทำกรรมอย่างไร ย่อมได้รับผลอย่างนั้น

๒. การผูกอาฆาตจองเวร ก็จะเป็นเหตุให้เกิดการกระทำผูกพันกันในชาติต่อ ๆ ไป กรรมจะบันดาลให้มาเจอกันและทำร้ายกันในชาติใดชาติหนึ่ง ส่วนการจะมีเจตนาทำร้ายกันต่อไปอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบุญกรรมของแต่ละคนด้วยว่า ทำมาในระดับใด จะสามารถหยุดการจองเวรได้หรือไม่ พอดีองคุมาลสร้างบารมีมาแล้วมาก จนมีนิสัยของพระอรหัตตมรรคฝังมาในขันธสันดานแล้ว แม้พระพุทธเจ้ายังต้องเสด็จไปโปรด ก่อนที่องคุลิมายจะไปฆ่าแม่อันเป็นอนันตริยกรรมที่จะตัดนิสัยของพระอรหัตมรรคให้ขาดไป องคุลิมาลจึงไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าคนเหล่านั้น แต่เพียงตั้งใจทำไปตามที่อาจารย์บอกเพื่อหวังจะเรียนวิชาจากอาจารย์ และคนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าตาย ก็เพราะมีกรรมที่จะต้องถูกองคุลิมาลฆ่าตายติดตัวมาอยู่แล้ว กรรมย่อมบันดาลให้ปรากฏผลตามสมควรแก่กรรมที่ทำมาเสมอ

๓. เมื่อเจตนาฆ่าคนไม่มี ก็ไม่มีกรรมต่อเนื่อง และการฆ่าคนนั้น ก็พอดีเป็นเรื่องของกรรมในอดีตส่งผล อีกทั้งองคุลิมาลได้สร้างบารมีมาเต็มแล้ว จนเป็นเหตุให้สำเร็จพระอรหันต์ เรื่องของกรรมที่จะติดตามไปในจิตจึงเป็นอันหมดสิ้นไป แต่เศษของกรรมที่ฆ่าคน ก็เป็นเหตุให้องคุลิมาลต้องถูกเขาทำร้ายร่างกายขว้างปาจนหัวแตก แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่มีนิสัยของพระอรหันต์ฝังมา ก็อาจไม่เป็นอย่างนี้ อาจถูกลูกหลายเขาฆ่าตายได้ หรืออาจมีการจองเวรกันต่อไปอีกหลายภพหลายชาติ กรรมเป็นของเฉพาะตัวของแต่ละคน ทำกรรมอย่างเดียวกัน แต่อาจให้ผลต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับกุศลเจตนา และอกุศลเจตนาของผู้ทำกรรม และบุญบารมีที่ทำมาต่างกัน

๔. คนที่ตายก็ต้องมีกรรมเกี่ยวเนื่องกับจ่าคลั่งมาก่อน ถ้าไม่ใช่กรรมในปัจจุบัน ก็ต้องเป็นกรรมในอดีตชาติให้ผล เช่น คนที่โกงเขาในปัจจุบันก็ถูกเขายิงตาย คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่อยู่ในห้างไม่เคยรู้จักกัน ก็ถูกเขายิงตาย ย่อมเป็นผลจากกรรมในอดีตชาติให้ผล ส่วนการที่ใครจะด่าว่าจ่าคลั่งอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับธรรมในใจของแต่ละคน ว่าจะมีมากหรือมีน้อย ผู้มีสติปัญญาก็คงไม่ด่าว่าใครมั่วซั่วแบบใช้อารมณ์ โดยไม่ใช้เหตุผล เราจะห้ามคนไม่ให้ด่ากัน คงห้ามไม่ได้ เพราะใจคนมีสูงมีต่ำไม่เท่ากัน กิเลสใครกิเลสมัน ต้องจัดการเอาเอง อย่าไปยุ่งกับกิเลสของคนอื่น

ผู้แสดงความคิดเห็น พระวิทยา วันที่ตอบ 2020-05-11 21:25:41



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล